กลับมาบ้านเดิม..หลังไปอาศัยบ้านหลังใหม่ตั้งนาน

Posted in ประเมินปี 53 on มิถุนายน 9, 2011 by jaokha

ผ่านไป 1 ปี เป้าหมายของเราเป็นไง

เด็กดี

เป็นเด็กดี  ไหว้ ขอบคุณ พูดขอบคุณ พูดเพราะ ยิ้มจริงใจ เคารพผู้ใหญ่ รู้จักมารยาทเวลาผู้ใหญ่พูดคุย(ไม่พูดแทรก)  นอบน้อม ก้มหัวเมื่อเดินผ่านผู้ใหญ่ ไม่ยืนค้ำหัวผู้ใหญ่ นั่งเรียบร้อย     หยอกล้อ คุยเล่น กับผู้ใหญ่อย่างรู้กาลเทศะ  เคารพพ่อแม่ เชื่อฟังคำสอน ไม่พูดเสียงดัง ไม่ทำน้ำเสียงไม่ดีกับพ่อแม่ พูดเหตุผลหากไม่พอใจ

อันนี้ แม่ยังรู้สึกว่าตอนไหว้ เจ้าขายังไหว้ไม่ค่อยสวย ต้องคอยบอกให้ก้มหัวสวยๆ และมีบางครั้งที่เจ้าขาพูดแสดงเหตุผลของตัวเอง บางครั้งเหมือนจะค่อนไปที่เถียงบ้าง ไม่ใช่แสดงเหตุผลอย่างเดียว แม่ต้องคอยเตือนว่าไม่เหมาะสม อย่างอื่นถือว่าใช้ได้ เดินกันต่อไป

แบ่งปันเอื้ออาทร

รู้จักการแบ่งปันของเล่น  บริจาคเสื้อผ้า ของเล่น ให้กับคนที่ขาดแคลน  รู้จักการบริจาคเงิน ไปทำบุญที่วัด ตักบาตร ให้มากขึ้น

อันนี้เหมือนจะอยู่ในสายเลือดเจ้าขาแล้ว เรื่องบริจาคเงิน แม่เองถ้ามีโอกาสทำบุญไม่ว่าจะด้านไหน จะพยายามทุกทาง ขอให้ได้ทำ เพราะไม่ได้มีโอกาสทำโน่นนี่บ่อยนัก เวลาไปเดินห้าง ไปร้านหนังสือ ไปโน่นนี่ ถ้ามีกล่องก็ขอให้ได้ทำ จนเจ้าขาเคยชินว่าเห็นกล่องต้องทำบุญ และจะคอยถามว่า กล่องนี้ไว้สำหรับใคร ขอแค่เจ้าขารู้สึกว่าอยากให้ ไม่รับอย่างเดียวก็บรรลุวัตถุประสงค์แม่แล้ว แต่ที่เรายังขาดมากๆ คือการตักบาตร ทำบุญที่วัด เราไปกันบ่อย ช่วงนี้ได้ทำมากขึ้น เพราะคุณตาไม่สบาย เราเลยได้ทำบุญกับคุณตาคุณยายบ่อยๆ ดีจริงๆ และที่รร.เจ้าขาทุกวันศุกร์จะมีพระมาพาเด็กเรียนเรื่องพุทธศาสนา สอนเด็กทำกิจกรรมทางพุทธศาสนา สวดมนต์ไหว้พระ ก็ช่วยให้เจ้าขาเรียนรู้ได้มาก

เพื่อส่วนรวม+ทักษะชีวิต

เก็บของเล่นตัวเอง เมื่อทำเลอะ ต้องพยายามทำความสะอาดเอง ช่วยแม่ล้างจาน ช่วยแม่ทำความสะอาดบ้าน ช่วยงานพ่อแม่ ช่วยรดน้ำต้นไม้ ช่วยกรอกน้ำ เท่าที่ทำได้

เรื่องส่วนตัว เวลาเล่นของเล่น ทำโน่นนี่เลอะนี่ รู้หน้าที่ดีพอสมควร บางครั้งก็เตือนบ้าง แต่ก็เรียบร้อยไม่มีปัญหา แต่เรื่องส่วนรวม (ช่วยแม่) นี่ ตามอารมณ์บางอารมณ์ก็อยากมาช่วย บางอารมณ์ก็ต้องบอกให้ทำ เช่น กรอกน้ำ แต่บางอารมณ์แม่ก็เหนื่อย คือมาช่วยแล้วจริงๆแม่ก็เหนื่อยมากขึ้น อยากมาช่วย แต่แม่ก็บอกว่า ไปเล่นดีกว่าลูก หุหุ จริงๆต้องปรับที่ตัวแม่นะเนี่ย

10 นิ้วของฉัน

ต่อบล็อก    เลโก้    ปั้นแป้งโดว์  บริหารมือโดยการฝึกกดมือตามโน้ต หรือเล่นคีย์บอร์ด ทำอาหาร พับกระดาษ  ร้อยลูกปัดลูกเล็ก  ลูบตัวอักษร ฝึกเขียน ฝึกวาดรูป

กล้ามเนื้อมัดเล็กของเจ้าขา ปีนี้ถือว่าดีขึ้นมาก อาจเป็นเพราะถึงวัยพร้อมแล้ว เพราะควบคุมมือได้ดี ครูประจำชั้น บอกว่าเจ้าขาเขียนหนังสือเก่ง วาดรูปก็เก่ง (จริงๆแม่คิดว่า ชอบวาดรูปมากกว่า ไม่ได้วาดเก่งหรอก) เพราะว่างปุ๊บก็ไปเอากระดาษมาวาดรูปเล่นตลอด ครูให้สนับสนุนด้านนี้ด้วย ครูต่างชาติก็ถามว่าแม่ทำยังไง เจ้าขาถึงเขียนหนังสือได้เก่ง เรื่องบริหารกล้ามเนื้อมัดเล็กเรื่องเล่นดนตรีก็ทำได้ดี เจ้าขาได้มีโอกาสไปแข่งเปียโน (ตอนแรก แม่ไม่สนับสนุนการแข่งเท่าไหร่ อยากให้เล่นเพื่อความสุข สนุกสนาน แต่ครูที่สอนก็บิ๊วท์ แม่เลย อ่ะ ลองแข่งดูก็ได้ ไม่ซีเรียส) แล้วเจ้าขาก็แข่งได้ที่ 1 ในรุ่นเดียวกันนี่ เด็กสุดด้วย เพราะเริ่มเรียนเร็ว ตั้งแต่ยังไม่ 3 ขวบเลย พอแข่งชนะ เจ้าขาก็ภูมิใจและมั่นใจในการเล่นดนตรีของตัวเอง แถมตอนแข่งเวทีเบ้อเริ่มเลย ปีนขึ้นเปียโนตัวใหญ่ คนเยอะมาก (ผู้ปกครองทั้งนั้นแหละ) แม่นี่ตื่นเต้นแทน แต่ลูกเป็นเด็ก ลูกคงเฉยๆ เพราะก่อนขึ้นเวทีก็วิ่งเล่นสนุกสนาน จากนั้นเจ้าขาก็มีโอกาสไปโชว์เปียโนที่รร. แม่ก็ดูเจ้าขามีความมั่นใจไม่เขินอาย ทัศนคติต่อการแข่งขัน ของแม่เลยเปลี่ยนไปด้วย การเล่นเปียโน ก็เป็นอีก 1 อย่างที่แม่คิดว่าช่วยฝึกกล้ามเนื้อมือ ทั้ง 2 ข้างของเจ้าขา แถมยังช่วยฝึกการประสานกันของมือและตาด้วย เพราะเล่น 2 มือให้สัมพันธ์กัน ก็ต้องใช้เวลาฝึกฝนพอสมควร

ปีที่ผ่านมาเป็นปีแห่งการวาดรูปก็ว่าได้ ชอบวาดรูปและวาดได้หลากหลายมากขึ้น แต่ยังไงก็ต้องพัฒนากันต่อ

อาหารสมอง

คณิตศาสตร์ (ฝึกสมองซีกซ้าย สมาธิ การดำรงชีวิตประจำวัน ทักษะการเงินการลงทุน)

เป้าหมายเรา คือ กิจกรรม 4 อย่าง พ่อธีร์ ทำอย่างสม่ำเสมอ และหนูยังรู้สึกมีความสุขในการทำ และแม่คิดว่าปีนี้ หนูน่าจะบวกเลขได้  นับเลขเดินหน้า ถอยหลัง ได้คล่องทั้ง 2 ภาษา ทายลูกปัดได้คล่อง เล่นกระดานถอดตัวเลขได้หมด (ได้ป่าวน้า ลองดูนะลูกนะ ค่อยๆทำไปเรื่อยๆ ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร) เขียนเลขเอง ได้ดีขึ้น

เป้าหมายอันนี้ผ่านสำหรับเรา เจ้าขาบวกเลขได้ นับเดินหน้า ถอยหลัง 1-100 ได้คล่องทั้ง 2 ภาษา ถอดตัวเลขในกระดานได้หมด ทายลูกปัดคล่อง แม่เริ่มให้เจ้าขาบวกเลขด้วยวิธีหลากหลาย ทั้งมอนเตสซอรี่ ทั้งจากรูป ทั้งเอาโน่นนี่มาฝึกบวกเลขกัน ทั้งทำแบบฝึกหัด เริ่มลบเลขบ้างแต่ยังไม่คล่อง แต่แม่ไม่รีบ เพราะเราฝึกกันหลายอย่าง อันนี้ค่อยๆไปให้พื้นฐานแน่น ค่อยๆพัฒนากันต่อ

ฝึกดูราคา ของเวลาไปซื้อของ  รู้จักค่าเงิน (มากกว่าน้อยกว่า)  บันทึกของหมด ของขาด และสิ่งที่ต้องไปซื้อในบ้าน (แม่ช่วย)

สารภาพว่าอันนี้ยังไม่ได้เริ่มเลยอ่ะ หุหุ ได้แค่รู้จักค่าของเงิน แยกเงินเหรียญต่างๆเล่นกันบ้าง แต่บันทึกของหมดอะไรเนี่ย ยังเลย

รู้จักตวงวัด ปริมาณเวลาทำอาหาร  ชั่งน้ำหนัก ตาชั่งแสดงมากกว่า น้อยกว่า….

อันนี้เราเล่นกันบ่อย ชั่งของ ตวงวัดต่างๆ แต่จากการเล่นไม่ได้จากทำอาหาร เพราะแม่ไม่ค่อยได้ทำเลย หุหุ

เริ่มออมเงิน แบ่งเงินไปบริจาคและรู้จักการฝากเงิน สะสมเป็นพื้นฐานของการลงทุนต่อไป

เริ่มทำแล้ว แต่ไม่สม่ำเสมอ ปัญหาคือ เจ้าขายังไม่ได้ใช้เงิน ยังไม่มีเงินไปรร. ที่เคยทำมาก็เอาเศษเหรียญเหลือๆของพ่อ เงินที่เจ้าขาได้มาจากผู้ใหญ่ ก็เลยไม่สม่ำเสมอ แม่เลยคิดว่า อาจต้องรอให้เจ้าขามีเงินไปรร.แล้วค่อยทำ น่าจะสม่ำเสมอกว่านี้และคงยังไม่ช้าไป

ภาษาที่ 1,2 และ 3

ภาษาไทย              ฝึกเล่าเรื่องไทย แต่งนิทานไทย จับใจความเรื่องที่อ่าน เข้าใจโจทย์ไทยในทุกๆเรื่อง ฝึกอ่านไทยต่อ

เจ้าขาแข็งแรงภาษาไทยมากขึ้นเยอะเลย แม่ว่าคงได้รับอิทธิพลมาจากรร.แหละ เราฝึกฝนภาษาไทย และปรับสมดุล ไทย อังกฤษและจีนกันตลอดทาง

ภาษาอังกฤษ              ฝึกเล่าเรื่องมีจุดบอกเวลา อดีต อนาคต ได้คล่อง  เล่านิทานเป็นเรื่องเป็นราวมากขึ้น รู้จักวางลำดับเหตุการณ์ โครงเรื่องการเล่า

                               เข้าใจเรื่องที่เรียน ในภาคภาษาอังกฤษ ควบคู่ไปกับเรื่องที่เรียนไทยที่รร.ได้ดีพอๆกัน

ปรับประโยคให้ดีและถูกต้องมากขึ้นทุกวัน

เจ้าขาพูดอังกฤษแบบสบายแล้วตอนนี้ แถมครูก็ชมว่า ทักษะด้านภาษาอังกฤษ ทั้งฟัง พูด อ่าน เขียน เหมือนเด็ก bilingual ที่มาจากประเทศที่พูดอังกฤษอีกตังหาก แม่ปลื้มมากๆ (ตรงที่ ตัวแม่ไม่เก่งนี่แหละ อิอิ)

ภาษาจีน                     พูดคุยสื่อสารง่ายๆ อย่างเป็นธรรมชาติ ออกเสียงได้ถูกต้อง เริ่มสร้างประโยคของตัวเอง (หวังสูงไปป่าวเนี่ย อิอิ)

เย้ !!! อันนี้ดีใจมากๆ เป็นผลงานชิ้นโบแดงของเรา เจ้าขากับแม่ผ่านเป้าหมายนี้แล้ว กำลังเดินต่อ แถมเดินด้วยความสนุกในการเรียนรู้และพูดภาษาจีนกันอีกด้วย

วิทยาศาสตร์

จากจุดกำเนิดความสงสัยของเจ้าขา มาคุย มาต่อยอดกันไปถึงความรู้ การค้นคว้า การอ่านหนังสือด้วยกัน

ใช้ theme รร.เป็นตัวดำเนินร่วมด้วย

เรียนรู้จากธรรมชาติรอบตัว

อันนี้ทำได้ดีเลยแหละ เจ้าขาช่างสงสัย แม่เคยคิดว่า วัยไหน ถึงจะหยุดสงสัย แต่ยิ่งโตมันก็ยิ่งซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ แต่จะว่าไป ก็สนุกในการหาคำตอบมาคุยกันดีนะ ทำให้แม่ได้พัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา และขำกับความช่างสงสัยของเด็ก บางทีก็อึ้งว่า อือม์ ช่างสังเกตเนอะ บางทีก็คิดว่า เออ..แฮะ แม่ไม่เคยสงสัยมาก่อนเลย จริงด้วยสิ !!!

ร่างกายแข็งแรง

เล่นนอกบ้าน เล่นเครื่องเล่นสนามเด็กเล่น ปั่นจักรยานว่ายน้ำโยคะ(ตามรร.หนู)   ออกกำลังกาย  (เป้าหมายของแม่ ปีนี้ คือ ออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ ทั้งแม่และลูก…เราจะทำกันได้มั้ย อยู่ที่ตัวแม่นี่เอง หุหุ)

ช่วงก่อนหน้านี้ทำได้ค่อนข้างดี แต่พอคุณตาไม่สบายนี่ ไม่ได้ไปไหนกันเลยแม่ลูก เจ้าขาวิ่งเล่นในรพ.แทนสนามเด็กเล่นเลย หุหุ พยายามกันต่อ

สุนทรียภาพ

ระบายสี     ร้องเพลง    ฟังเพลง   เล่นดนตรี  เต้น โยกย้าย   เฝ้าดูธรรมชาติ

ดนตรี  (ฝึกสมาธิ มีความสุข ผ่อนคลาย เรียนภาษาที่ 2 และ 3 ได้ง่ายขึ้น)

เป้าหมายเราอยู่ที่     หูดี เอื้อต่อการฝึกภาษาที่ 2 และ 3 ของเรา ฟังโน้ตได้คล่อง  เล่นคล่องขึ้นทั้งมือซ้าย ขวา    และเล่นทั้ง 2 มือได้ น่าจะเริ่มเล่นคอร์ดได้นะ ร้องเพลง เล่นเพลงยาวๆได้ รู้จักโน้ต  หนูเล่นดนตรีอย่างมีความสุข  แต่งเพลงได้เก่งขึ้น(อันนี้แม่เห็นว่า หนูมีพรสวรรค์ ขอส่งเสริมตามความชอบหนูละกันนะคะ) และแถมท้ายด้วย แม่อ่านโน้ตแบบหลายๆชั้นเป็น

เจ้าขาหูดีเลยแหละ เพราะก่อนเล่นไม่มีการจำว่าวางนิ้วตรงไหน ใช้วิธีเดา วางมือและฟังเสียง ถ้าเสียงใช่ก็เริ่มเล่นได้เลย เจ้าขาเล่น 2 มือได้ค่อนข้างคล่องแล้ว ที่สำคัญ เล่นคอร์ดได้แล้ว จากที่เมื่อก่อนเด็กมาก กางมือยังไม่ถึงคอร์ดเลย ตอนนี้กางและเล่นได้แล้ว แม่ดีใจจริงๆ ส่วนแม่ไม่พัฒนาเลย อ่านโน้ตแบบหลายชั้นยังไม่ค่อยได้เลยอ่ะ หุหุ

โลกกว้างใหญ่

ไปเที่ยว   ทะเล ภูเขา ท้องฟ้า สวนสัตว์ แหล่งให้ความรู้ พิพิธภัณฑ์ เรื่องเล่าจากผู้ใหญ่ ประวัติของคนที่ประสบความสำเร็จ(อันนี้ แม่ยังไม่ได้ออกแบบ แต่จะพยายามปรับให้เหมาะกับวัยหนู เผื่อหนูจะได้มีแรงบันดาลใจ มี idol)

ปีนี้เราเน้น เรียนรู้จากของจริง เรียนรู้เป็นกระบวนการมากขึ้น ได้ไปเที่ยวหลายที่ที่ให้ความรู้และหนูเก็บความรู้มาพูดคุยกับแม่อย่างมีความสุข

บันเทิงเริงใจ

อ่านนิทาน     ฟังนิทาน    เล่านิทาน  แต่งนิทาน  แต่งเพลง ร้องเพลงที่แต่ง ให้พ่อแม่ฟัง  พูดคุย หยอกล้อ หัวเราะกัน

อันนี้ไม่ต้องประเมินก็ผ่านฉลุย อิอิ ก็ตัวติดกันซะขนาดนั้น

ดูแลตัวเอง

ปีนี้เป็นเด็กอนุบาลแล้ว ทานข้าวเองได้ตลอดรอดฝั่ง   แต่งตัวเองให้ได้ครบทุกชิ้น     อาบน้ำเอง

เข้าห้องน้ำเอง ทำความสะอาดเอง (ทำได้แล้วล่ะ) เก็บของเล่น ช่วยเหลือตัวเองให้มากที่สุด หัดควบคุมตัวเอง รอคอย มีความอดทน มีความพยายามทำงานตัวเองให้สำเร็จ ไม่ให้แม่ช่วยมากนัก

ทำได้เองทุกอย่าง แต่เรื่องทำความสะอาดเองหลังเข้าห้องน้ำนี่ แม่ยังใช้วิธีสลับทำช่วยบ้าง เพราะไม่มั่นใจในความสะอาดเท่าไหร่อ่ะ

อยู่นิ่งเงียบ

ดูเมฆ    ดูใบไม้    นอนฟังเสียงลม    ฟังเสียงนก  เสียงน้ำไหล    เสียงธรรมชาติ

ยังน้อยอยู่เลย ชีวิตแม่วุ่นวายมากเลย ยิ่งคุณตาไม่สบายด้วยแล้ว ไม่ค่อยจะได้นอนฟังเสียงลม เสียงนกหรอก หุหุ

คิดสร้างสรรค์

คิดการเล่นเอง            หาวิธีใหม่ๆมาเล่นจากของเล่นเดิม            ประดิษฐ์ของเล่น    ฝึกคิดบวก  (แม่ขอให้น้ำหนักกับอันนี้มากขึ้นในปีนี้ เพราะเริ่มเห็นแวว แล้วในปีที่ผ่านมา ปีนี้ ขอเริ่มเกริ่น หมวก 6 ใบเป็นบางสี เท่าที่เด็กอย่างหนูจะทำได้ละกัน จั่วๆไว้ก่อน ลองดูเนอะลูกเนอะ แม่ชอบค่อยๆสอน โตไปสอนครบ ก็ใช้ได้พอดี อันนี้ แม่คิดเอาเอง 555…)

ฝึกเล่าเรื่อง แต่งนิทาน วาดรูป ทำนิทานเอง เราได้เล่นฝึกคิดคล่องกันค่อนข้างเยอะ เจ้าขาคิดได้ค่อนข้างคล่องเลย หมวก 6 ใบก็ได้ทำบ้าง ประดิษฐ์ของเล่นก็ทำกันเป็นระยะ ส่วนคิดการเล่นเอง ไม่ต้องพูดถึง เล่นอยู่ทั้งวัน !!!

มีสังคม

รับโทรศัพท์    เล่นกับเพื่อน   คุยกับพี่ ป้า น้า อาละแวกบ้าน   รับแขกที่บ้าน   (ปีนี้ แม่ขอให้น้ำหนักตรงนี้ด้วย แต่ยากจัง เพราะเราอยู่เดี่ยวๆ ญาติก็ไม่ค่อยจะมีแถวนี้ เพื่อนๆ แม่ๆ พ่อๆ ก็ยุ่ง หนูไม่ค่อยได้เจอหน้า คนอื่นๆเลยแต่ละวัน ถ้าไม่ไปรร. มีแต่แม่ ๆๆๆๆ และแม่ 555…. แม่ว่า หนูปรับตัวเวลาเจอคนตอนแรกๆ ยังไม่ค่อยดีนัก จะขี้อายไปหน่อยนะคะ แม่อยากให้หนูมั่นใจแบบตอนเด็กๆ เจอคนแล้วไม่ต้องเขิน เอ..หรือว่าเป็นวัยแม่ก็ไม่รู้ เมื่อก่อนไม่เห็นเขินเลย)

ก็มีเขินบ้าง แต่ไม่มากเหมือนก่อนแล้ว เดี๋ยวนี้ตามวัย ชอบเล่นกับเพื่อน อยากมีน้อง อยากมีเพื่อนเล่น เห็นใครไม่ได้ต้องปรี่เข้าไปเล่นด้วย

ความรู้สึก

พูดสิ่งที่รู้สึก (อันนี้ฝึกการควบคุมอารมณ์ตนเอง เมื่อหนูรู้สึก โกรธ ไม่ชอบ กังวล สนุก….. ฝึกพูดความรู้สึกออกมา อันนี้แม่ต้องฝึกไปพร้อมกับหนู จริงๆแม่ยังอ่านหนังสือ เล่มนี้ไม่ค่อยละเอียดเลย แต่ฝึกไปพร้อมๆกันแล้วกันเนอะ)   สนใจความรู้สึกคนอื่น   สนใจสิ่งที่คนอื่นพูด

เจ้าขาพูดสิ่งที่รู้สึกได้ค่อนข้างดี เพราะเราคุยกันบ่อยตามประสาแม่ลูก ควบคุมอารมณ์ตนเองได้ดีพอใช้ แต่แม่ต้องปรับสมดุล เพราะบางทีดูเหมือนจะเก็บ ไม่ระบายความรู้สึกแบบเด็กๆ คือ ร้องไห้โวยวาย แต่ไม่พูดออกมามาก แม่ต้องช่วยปรับตรงนี้อีกนิด ก็จะดีเลย

เดินหน้าต่อกับปี 54    555.. ผ่านมาครึ่งปีแล้ว เพิ่งได้มาสรุป อันเนื่องจากคุณตาไม่สบาย เวลาแม่ก็น้อยลงไปทุกที

Advertisements

เป้าหมายของเรา ปี 53

Posted in เป้าหมายปี 53 on มีนาคม 7, 2010 by jaokha

วันนี้ได้ฤกษ์ เนื่องจากแม่กับพ่อได้ทำเป้าหมายของบ้านเราปีนี้ ด้วยกันเสร็จแล้ว ซึ่งใช้เวลา 3 เดือน(เชียวเหรอ???) กว่าจะเขียนเสร็จ เอาเป็นว่า เราตั้งต้นให้เดือนนี้เป็นเดือนเริ่มต้นแล้วกันเนอะ เป็นเดือนเกิดคุณแม่ พอดี แฮ่ แฮ่ ต่อมาก็เป็นเป้าหมายของหนูนะคะ แม่พยายามจะจับหนูเขียนเป้าหมายร่วมกัน โดยอยากให้หนูเลือกสิ่งที่หนูอยากทำ ก็พอได้มาบ้าง คิดว่า  ปีหน้าหนูคงรู้เรื่องมากขึ้น คงต้องฝึกกันไปเรื่อยๆ แม่อยากให้หนูเติบโตมา โดยรู้จักการวางเป้าหมาย และก้าวเดิน พร้อมกับการบริหารเวลาได้อย่างดี ซึ่งแม่ทำได้ไม่ค่อยดีนะ สำหรับตัวแม่… ปีนี้ทำได้แค่ เขียนและอ่านให้หนูฟัง

เอาล่ะ แม่ขอวางตาม Homeschool ที่แม่แอบขอลอกมาจาก แม่ส้ม(แบบไม่ได้ขออนุญาต)  และต่อเติมแบบฉบับบ้านเราละกันนะ แล้วเรามาดูกัน ว่าปีหน้า เราทำได้แค่ไหนนะจ๊ะ

เด็กดี                         

เป็นเด็กดี  ไหว้ ขอบคุณ พูดขอบคุณ พูดเพราะ ยิ้มจริงใจ เคารพผู้ใหญ่ รู้จักมารยาทเวลาผู้ใหญ่พูดคุย(ไม่พูดแทรก)  นอบน้อม ก้มหัวเมื่อเดินผ่านผู้ใหญ่ ไม่ยืนค้ำหัวผู้ใหญ่ นั่งเรียบร้อย     หยอกล้อ คุยเล่น กับผู้ใหญ่อย่างรู้กาลเทศะ  เคารพพ่อแม่ เชื่อฟังคำสอน ไม่พูดเสียงดัง ไม่ทำน้ำเสียงไม่ดีกับพ่อแม่ พูดเหตุผลหากไม่พอใจ

แบ่งปันเอื้ออาทร            

รู้จักการแบ่งปันของเล่น  บริจาคเสื้อผ้า ของเล่น ให้กับคนที่ขาดแคลน  รู้จักการบริจาคเงิน ไปทำบุญที่วัด ตักบาตร ให้มากขึ้น

เพื่อส่วนรวม+ทักษะชีวิต  

เก็บของเล่นตัวเอง เมื่อทำเลอะ ต้องพยายามทำความสะอาดเอง ช่วยแม่ล้างจาน ช่วยแม่ทำความสะอาดบ้าน ช่วยงานพ่อแม่ ช่วยรดน้ำต้นไม้ ช่วยกรอกน้ำ เท่าที่ทำได้

10 นิ้วของฉัน            

  ต่อบล็อก    เลโก้    ปั้นแป้งโดว์  บริหารมือโดยการฝึกกดมือตามโน้ต หรือเล่นคีย์บอร์ด ทำอาหาร พับกระดาษ  ร้อยลูกปัดลูกเล็ก  ลูบตัวอักษร ฝึกเขียน ฝึกวาดรูป

อาหารสมอง                 

เริ่มอะไรก่อนดี

คณิตศาสตร์ (ฝึกสมองซีกซ้าย สมาธิ การดำรงชีวิตประจำวัน ทักษะการเงินการลงทุน)

เป้าหมายเรา คือ กิจกรรม 4 อย่าง พ่อธีร์ ทำอย่างสม่ำเสมอ และหนูยังรู้สึกมีความสุขในการทำ และแม่คิดว่าปีนี้ หนูน่าจะบวกเลขได้  นับเลขเดินหน้า ถอยหลัง ได้คล่องทั้ง 2 ภาษา ทายลูกปัดได้คล่อง เล่นกระดานถอดตัวเลขได้หมด (ได้ป่าวน้า ลองดูนะลูกนะ ค่อยๆทำไปเรื่อยๆ ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร) เขียนเลขเอง ได้ดีขึ้น

ฝึกดูราคา ของเวลาไปซื้อของ  รู้จักค่าเงิน (มากกว่าน้อยกว่า)  บันทึกของหมด ของขาด และสิ่งที่ต้องไปซื้อในบ้าน (แม่ช่วย) 

รู้จักตวงวัด ปริมาณเวลาทำอาหาร  ชั่งน้ำหนัก ตาชั่งแสดงมากกว่า น้อยกว่า….

เริ่มออมเงิน แบ่งเงินไปบริจาคและรู้จักการฝากเงิน สะสมเป็นพื้นฐานของการลงทุนต่อไป

ภาษาที่ 1,2 และ 3

ภาษาไทย              ฝึกเล่าเรื่องไทย แต่งนิทานไทย จับใจความเรื่องที่อ่าน เข้าใจโจทย์ไทยในทุกๆเรื่อง ฝึกอ่านไทยต่อ

ภาษาอังกฤษ              ฝึกเล่าเรื่องมีจุดบอกเวลา อดีต อนาคต ได้คล่อง  เล่านิทานเป็นเรื่องเป็นราวมากขึ้น รู้จักวางลำดับเหตุการณ์ โครงเรื่องการเล่า

                               เข้าใจเรื่องที่เรียน ในภาคภาษาอังกฤษ ควบคู่ไปกับเรื่องที่เรียนไทยที่รร.ได้ดีพอๆกัน

                               ปรับประโยคให้ดีและถูกต้องมากขึ้นทุกวัน

ภาษาจีน                     พูดคุยสื่อสารง่ายๆ อย่างเป็นธรรมชาติ ออกเสียงได้ถูกต้อง เริ่มสร้างประโยคของตัวเอง (หวังสูงไปป่าวเนี่ย อิอิ)

วิทยาศาสตร์

จากจุดกำเนิดความสงสัยของเจ้าขา มาคุย มาต่อยอดกันไปถึงความรู้ การค้นคว้า การอ่านหนังสือด้วยกัน

ใช้ theme รร.เป็นตัวดำเนินร่วมด้วย

เรียนรู้จากธรรมชาติรอบตัว

ร่างกายแข็งแรง              

 เล่นนอกบ้าน เล่นเครื่องเล่นสนามเด็กเล่น ปั่นจักรยานว่ายน้ำโยคะ(ตามรร.หนู)   ออกกำลังกาย  (เป้าหมายของแม่ ปีนี้ คือ ออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ ทั้งแม่และลูก…เราจะทำกันได้มั้ย อยู่ที่ตัวแม่นี่เอง หุหุ)

ว่ายน้ำได้

สุนทรียภาพ                

ระบายสี     ร้องเพลง    ฟังเพลง   เล่นดนตรี  เต้น โยกย้าย   เฝ้าดูธรรมชาติ

ดนตรี  (ฝึกสมาธิ มีความสุข ผ่อนคลาย เรียนภาษาที่ 2 และ 3 ได้ง่ายขึ้น)

เป้าหมายเราอยู่ที่     หูดี เอื้อต่อการฝึกภาษาที่ 2 และ 3 ของเรา ฟังโน้ตได้คล่อง  เล่นคล่องขึ้นทั้งมือซ้าย ขวา    และเล่นทั้ง 2 มือได้ น่าจะเริ่มเล่นคอร์ดได้นะ ร้องเพลง เล่นเพลงยาวๆได้ รู้จักโน้ต  หนูเล่นดนตรีอย่างมีความสุข  แต่งเพลงได้เก่งขึ้น(อันนี้แม่เห็นว่า หนูมีพรสวรรค์ ขอส่งเสริมตามความชอบหนูละกันนะคะ) และแถมท้ายด้วย แม่อ่านโน้ตแบบหลายๆชั้นเป็น

โลกกว้างใหญ่             

ไปเที่ยว   ทะเล ภูเขา ท้องฟ้า สวนสัตว์ แหล่งให้ความรู้ พิพิธภัณฑ์ เรื่องเล่าจากผู้ใหญ่ ประวัติของคนที่ประสบความสำเร็จ(อันนี้ แม่ยังไม่ได้ออกแบบ แต่จะพยายามปรับให้เหมาะกับวัยหนู เผื่อหนูจะได้มีแรงบันดาลใจ มี idol)

ปีนี้เราเน้น เรียนรู้จากของจริง เรียนรู้เป็นกระบวนการมากขึ้น

บันเทิงเริงใจ

อ่านนิทาน     ฟังนิทาน    เล่านิทาน  แต่งนิทาน  แต่งเพลง ร้องเพลงที่แต่ง ให้พ่อแม่ฟัง  พูดคุย หยอกล้อ หัวเราะกัน

ดูแลตัวเอง

ปีนี้เป็นเด็กอนุบาลแล้ว ต้องพยายามทานข้าวเองให้ตลอดรอดฝั่ง (แม่ต้องใจแข็ง ได้มั้ยเนี่ย ถ้ากินน้อยล่ะ 555…)   แต่งตัวเองให้ได้ครบทุกชิ้น     อาบน้ำเอง (ทำได้แต่แม่กังวลเรื่องความสะอาดจัง 555…)

เข้าห้องน้ำเอง ทำความสะอาดเอง (ทำได้แล้วล่ะ) เก็บของเล่น ช่วยเหลือตัวเองให้มากที่สุด หัดควบคุมตัวเอง รอคอย มีความอดทน มีความพยายามทำงานตัวเองให้สำเร็จ ไม่ให้แม่ช่วยมากนัก

อยู่นิ่งเงียบ

ดูเมฆ    ดูใบไม้    นอนฟังเสียงลม    ฟังเสียงนก  เสียงน้ำไหล    เสียงธรรมชาติ

คิดสร้างสรรค์

คิดการเล่นเอง            หาวิธีใหม่ๆมาเล่นจากของเล่นเดิม            ประดิษฐ์ของเล่น    ฝึกคิดบวก  (แม่ขอให้น้ำหนักกับอันนี้มากขึ้นในปีนี้ เพราะเริ่มเห็นแวว แล้วในปีที่ผ่านมา ปีนี้ ขอเริ่มเกริ่น หมวก 6 ใบเป็นบางสี เท่าที่เด็กอย่างหนูจะทำได้ละกัน จั่วๆไว้ก่อน ลองดูเนอะลูกเนอะ แม่ชอบค่อยๆสอน โตไปสอนครบ ก็แน่นพอดี อันนี้ แม่คิดเอาเอง 555…)

ฝึกเล่าเรื่อง แต่งนิทาน วาดรูป ทำนิทานเอง

มีสังคม

รับโทรศัพท์    เล่นกับเพื่อน   คุยกับพี่ ป้า น้า อาละแวกบ้าน   รับแขกที่บ้าน   (ปีนี้ แม่ขอให้น้ำหนักตรงนี้ด้วย แต่ยากจัง เพราะเราอยู่เดี่ยวๆ ญาติก็ไม่ค่อยจะมีแถวนี้ เพื่อนๆ แม่ๆ พ่อๆ ก็ยุ่ง หนูไม่ค่อยได้เจอหน้า คนอื่นๆเลยแต่ละวัน ถ้าไม่ไปรร. มีแต่แม่ ๆๆๆๆ และแม่ 555…. แม่ว่า หนูปรับตัวเวลาเจอคนตอนแรกๆ ยังไม่ค่อยดีนัก จะขี้อายไปหน่อยนะคะ แม่อยากให้หนูมั่นใจแบบตอนเด็กๆ เจอคนแล้วไม่ต้องเขิน เอ..หรือว่าเป็นวัยแม่ก็ไม่รู้ เมื่อก่อนไม่เห็นเขินเลย)

ความรู้สึก

พูดสิ่งที่รู้สึก (อันนี้ฝึกการควบคุมอารมณ์ตนเอง เมื่อหนูรู้สึก โกรธ ไม่ชอบ กังวล สนุก….. ฝึกพูดความรู้สึกออกมา อันนี้แม่ต้องฝึกไปพร้อมกับหนู จริงๆแม่ยังอ่านหนังสือ เล่มนี้ไม่ค่อยละเอียดเลย แต่ฝึกไปพร้อมๆกันแล้วกันเนอะ)   สนใจความรู้สึกคนอื่น   สนใจสิ่งที่คนอื่นพูด 

คิดได้ประมาณนี้ ค่อยๆปรับแต่งไปละกันนะ….เป้าหมายบ้านเรา

3 ขวบ 3 เดือน กลับสู่โลกแห่งดนตรี

Posted in 3 ขวบ 3 เดือน on กุมภาพันธ์ 22, 2010 by jaokha

จั่วหัวซะหรูเชียว 555…คือ เป็นเดือนที่ได้กลับไปเรียนดนตรีนั่นเอง เดี๋ยวมาเล่า มีเรื่องเยอะแยะเลย…..อิอิ เฮ้อ คุณแม่กะว่า จะพยายามเร่งเขียนให้เป็นปัจจุบัน จะได้ไม่ลืมรายละเอียดที่อยากเขียนไว้ให้หนูอ่าน แต่งานแม่มันสุมหัวเยอะแยะไปหมด แถมงานหนูก็มากมาย สรุปเลยไม่ได้ดีอะไรซักอย่างเลยคุณแม่นี่

เดือนนี้หนูได้กลับไปเรียนดนตรี เพราะครูบอกว่ามีกลุ่มใหม่มาเรียนแล้ว วันแรกที่ไปถึง ปรากฎว่า ครูบอกเพื่อนยังไม่มา เลยได้เรียนเดี่ยว โอ้โห ดีรึเปล่าน้อ… แม่ไม่ได้พาเจ้าขาซ้อมเลย ด้วยความที่แม่ขี้เกียจด้วยแหละ ยุ่งๆด้วย เหมือนมาเรียนวันแรกเลย จริงๆก่อนหน้านั้นก็เรียนไปแค่ 3 ครั้งเองแหละ แต่พอครูให้ลองเล่น เจ้าขากลับเล่นได้หลายเพลงมาก ครูบอก โอ้โห หนูกลับไปเรียนกับกลุ่มเดิมก็ทันนะเนี่ย เพราะเค้ากำลังเริ่มเล่น 2 มือกัน ให้เจ้าขาเล่นทีไร ครูก็บอกว่า ปีหน้าครูแข่งให้คุณครูหน่อยนะ ครูพูดจริงๆนะ พอเรียนเสร็จ ครูก็บอกว่า อยากให้เรียนกับกลุ่มพี่ๆกลุ่มเดิมจัง  แต่แม่ไม่ค่อยอยากให้เรียนกลุ่มเดิม เพราะกลุ่มนั้นมีแต่พี่โตๆ สงสารหนู มันเหมือนพัฒนาการจะทันเค้ามั้ยเนี่ย ก่อนออกมา ครูบอกว่า เจ้าขาเรียนเร็วมาก ถ้าเรียนกับกลุ่มที่จะเข้าตอนนี้ ก็ไปเร็วกว่าเค้ามาก กลัวเจ้าขาจะเบื่อ(แม่แอบคิดว่า นี่เรื่องจริง รึว่าครูชมทุกคนหนอ..)

พอไปเรียนได้ 3-4 ครั้ง ครูที่สอนกังวลมาก เพราะเพื่อนๆ พี่ๆ ยังเล่นไม่ค่อยได้กันเลย แต่เจ้าขา ร้องโน้ต เล่นมือ ซ้าย ขวา ได้ค่อนข้างคล่องแล้ว เพราะอยู่บ้าน เจ้าขาขอเล่น เพลงที่ยังไม่ได้เรียน แม่ก็สอนให้เล่น เกินไปเลย ก็เลยเล่นไปหมดเล่มแล้ว เหลือแต่เพลงยากๆ ยาวๆ ที่แม่อ่านโน้ตไม่เป็น และหนูก็ยังร้องเพลงไม่ได้ทั้งหมด ครูก็พยายามเร่งเพื่อนๆ แต่แม่เข้าใจนะว่า เด็กๆ มันยากที่จะบังคับ เดี๋ยวพอเค้าพร้อม เค้าจะมาเอง แต่เจ้าขา ยังไม่ได้แสดงอาการเบื่อนะ แต่แสดงอาการดื้อ(แค่นั้นเอง 555…) คือ พอไปเล่นเปียนโนกับครูเสร็จ ระหว่างที่เพื่อนเล่น ก็วิ่งรอบห้อง โอ๊ย.แม่ล่ะเวียนหัวจริงๆ

Homeschool เดือนนี้

ยกให้อาหารสมองและสุนทรียภาพละกัน เพราะ เป็นเดือนที่มาแรงเรื่องดนตรี แม่ไม่รู้ว่าหนูเรียนเร็วแบบที่ครูบอกมั้ย หรือครูชมให้กำลังใจ แต่แม่ก็รู้สึกดีใจที่หนูเล่นได้ ใช้นิ้วได้ค่อนข้างดี และเริ่มอยากซ้อมดนตรีเอง แต่ยังไม่มีวินัยเหมือนคณิตนะ แต่ก็ได้ซ้อมแทบทุกวัน วันละ 2-3 เพลง โดยที่หลายครั้งหนูชวนแม่เล่นเอง แม่ก็รู้สึกดี และเวลาอยู่บ้านปกติ หนูก็ร้องโน้ต ร้องเพลง มันเริ่มเข้ามาอยู่ในตัวตนหนูแล้ว แต่จริงๆหนูคงเป็นคนชอบร้องเพลงอยู่แล้วด้วยแหละแม่ว่า

ส่วนเรื่องอาหารสมอง รู้สึกว่า โตขึ้นมาหน่อย ความสามารถในการเรียนรู้ พูดคุย และ discuss กับแม่มันก็มากตามการโตของหนูไปด้วย เลยยกนิ้วให้เรื่องนี้ละกันจ้า…

คณิตเดือนนี้ แม่ดีใจนะ เพราะเรามาติดลมบนแล้ว พูดซะเว่อร์แต่ความหมาย คือ ไม่ต้องบิ๊วท์อะไรกันมากมาย หนูก็รู้หน้าที่ตัวเอง ว่าต้องเล่นอันนี้ เราเลยได้เล่นกันทุกวัน ชิว ชิว ทั้งแม่และหนู แหม…พอหนูตั้งใจเท่านั้นแหละ ไม่ต้องบอกแม่ก็รู้ หนูไปได้เร็วมาก นี่ถ้าตั้งใจตั้งนาน ก็คงไปถึงไหนๆแล้วนะลูก (ถ้าหนูได้อ่านตอนโต จงรู้ไว้ว่า ถ้าหนูตั้งใจจะทำอะไร หนูทำได้เสมอลูก !!!!  )

เดือนนี้ นับ 1-100 ไทย อังกฤษ แต่เป็นห่วงจริงๆเลย เพราะหนูไม่ค่อยชอบนับไทย เท่าไหร่ ไม่รู้เพราะถนัดอังกฤษมากกว่า เลยชอบมากกว่า รึไง  เพราะพอจะเปลี่ยน version กันวันไหน เล่นกระดานเสร็จ เอากระดานไปเก็บ ก็เริ่มนับอังกฤษเองตลอดเลยอ่ะ แต่แม่ก็ยังใจชื้น เพราะไปรับที่รร. เห็นเจ้าขานับในหนังสือ ประมาณว่าช่วยกันนับ แล้วนับเลขไทย นับไปซัก 30-40 ก็คล่องพอสมควรเหมือนกัน (แม่ยังไม่มีเวลาคิดวิธีสำหรับ version ไทยเลยค่ะ จนถึงตอนนี้ที่เขียน 3.5ขวบนะเนี่ย)

นับถอยหลัง 20-1 version eng.

ทายลูกปัด 4,5 มีผิดอยู่บ้าง

เล่นกระดานคล่อง ถอดตัวเลข 1-10 ,10-50 ทำได้ดีพอสมควร ช้าบางวันที่  ซน ซน แม่เพิ่มกระดาน เป็น 100 แล้ว แต่เพิ่งถอดตัวเลขไป เลยให้เล่น และแม่ช่วยด้วย เดี๋ยวจะหาว่างานหนักไป อุตส่าห์ทำได้แล้ว

เขียนตัวเลข แม่สามารถแทรกเข้ามาได้เนียนๆแล้ว มีบางวันที่ไม่ได้เขียน เพราะแบ่งเวลาให้อย่างอื่นบ้าง หนูเขียนเลขตามแบบได้ดี แต่เขียนเองยังไม่ค่อยเก่งนัก

วางจำนวน 0-9 โดยใช้ทั้งลูกปัด เบี้ย ไม้ กระดุม ต่างๆที่เราสรรหามาเล่น คล่องมากๆ ไม่ผิด เข้าใจคำว่า none เชื่อมโยงกับ zero และมาสอนแม่อีกตังหาก 55..

วิทยาศาสตร์เดือนนี้

หนูเรียนรู้เรื่อง ผลไม้เน่า จากการ์ตูน รู้การเปลี่ยนแปลงว่าถ้าทิ้งผลไม้ไว้ ผลไม้จะมีการเปลี่ยนแปลง ทำให้หนูได้ศัพท์ใหม่คำนึงจากการ์ตูน ซึ่งจนป่านนี้ ผ่านมา 2 เดือน แม่ฟังได้เหมือนหนู แต่หาใน dic ไม่เจอเลยว่ามันเขียนยังไง แต่หนูก็เอามาพูดตลอด ถ้าสื่อถึงผลไม้งอม ผลไม้เหมือนจะเน่า หุหุ

หนูเรียนรู้ เรื่อง รองเท้าคับ โดยต่อยอดจากเรื่อง living things ที่เราคุยกันมานาน และรู้ว่า living things can grow. รองเท้าเป็น nonliving things ดังนั้น รองเท้าไม่ได้หด ได้ศัพท์ใหม่มากมาย และหนูเข้าใจเรื่องนี้มากขึ้น

 แปรงฟัน ฟันผุ และฟันปลอม โอ๊ย เดือนนี้เยอะเหมือนกันนะเนี่ย

3 ขวบ 2 เดือน คณิตศาสตร์เข้าสิง อิอิ…

Posted in 3 ขวบ 2 เดือน on กุมภาพันธ์ 8, 2010 by jaokha

เดือนนี้ เป็นเดือนที่เจ้าขา เป็นอะไรก็ไม่รู้ อยู่ดีๆ เรื่อง คณิต ที่แม่ก็ไม่ถนัด และดูเหมือนว่า ลูก ก็คงจะรู้ได้ว่าแม่ไม่ค่อยชอบ ลูกก็เลยไม่เอาไปด้วย เราเล่นกระดานร้อยช่อง นับเลขอะไรกันมาพอสมควร หยุดบ้าง เดินบ้าง วิ่งบ้าง(น้อยมาก อิอิ) พอมาเดือนนี้ ไม่รู้เกิดคึก รึเจ้าขาพร้อมก็ไม่รู้ เจ้าขาชอบเป็นยังงี้เสมอ มีจุดเปลี่ยน ในทุกๆเรื่อง อยู่ดีๆ เจ้าขาก็เล่น กระดาน 1-50 ได้คล่องมาก หาได้เร็ว และรู้สึกว่าจะจับทางได้แล้ว ว่าวิธีการมันคืออะไร แม่เลยได้โอกาส ถอดตัวเลขรอบนอก ที่เป็นสี และเจ้าขา ก็เข้าใจ แต่ยังไม่คล่องมากนัก

นับเลข 1-100 ไทย อังกฤษ คล่องมากขึ้น(อังกฤษยังคล่องกว่า เหมือนเดิม) แม่เลย เขยิบมาที่ นับถอยหลังแล้ว ตอนนี้เราได้นับถอยหลัง 1-20 (เองเหรอ อิอิ) ทั้งไทยและอังกฤษ แบบเจ้าขาไม่รู้ตัว เพราะเราใช้วิธีผ่านการเล่นตลอด

ทายจำนวน 1-5 เริ่มคล่องแล้วจ้า เขียนตัวเลข ก็ทำไปเรื่อยๆ แต่แม่เอง ก็ยังหาเวลาแทรก แบบเนียนๆ ไม่ค่อยได้เลย

เจ้าขา เปรียบเทียบ biggest smallest  อื่นๆที่เป็นการเปรียบเทียบ  เก่งขึ้น เข้าใจการจัดกลุ่มในประโยคภาษาอังกฤษแล้วและสามารถจัดกลุ่มหลายๆอย่างไว้ด้วยกันได้ดี แต่บางทีก็มีเหตุผลในการจัดกลุ่มของตัวเอง เช่น จัดกลุ่ม นก ไว้กับ ยุง เพราะมีปีก จัดกลุ่ม แมลงสาบไว้กับ แมงมุม และบอกว่า  cockroaches and spider live in the house.They are the same. เออ..จริงแฮะ 555…

เปรียบเทียบจำนวน มากน้อย ได้ดีขึ้น แต่แม่ว่า ต้องฝึกอีกหน่อย (เดือนนี้ เอาคณิตนำ เพราะอะไรเข้าสิงน้า… พัฒนาการเร็วมากๆ) ทำให้แม่คึก ต้องมานั่งทำกระดานเพิ่มเป็นร้อย ไว้รอหนูแล้ว และเริ่มหาแบบฝึกหัด สำหรับการ บวกหนึ่ง เตรียมไว้ให้หนู

เดือนที่ 9 สำหรับ ภาษาที่ 2

 เดือนนี้ ยังอยู่ที่การออกเสียง ออกเสียงได้ดีขึ้นในหลายๆคำ แต่ปัญหาอยู่ที่ เจ้าขาเป็นเด็กพูดชัด(ภาษาไทย)  พอเราแก้การออกเสียง เจ้าขาก็พูดชัดมาก เช่น red ,bag,dog คำลงท้ายบางคำที่ออกเสียงเบาๆก็พอ แต่ต้องออก เจ้าขาดันออกชัด รึว่าหลายคำที่ออกชัดได้ ก็ชัดมาก พอเอามารวมเข้าในประโยคก็ดูแข็งๆ แม่ก็เลยปลงๆเรื่องสำเนียง และคิดว่า ออกเสียงถูก ชัดไว้ก่อนละกัน โตขึ้นมาคงรู้จักผ่อนหนัก เบาเองเนอะ เดือนนี้ พอแก้ออกเสียงกัน บางทีแม่ลืม เจ้าขาก็มาคอยแก้ให้แม่ อ้าว…ใครสอนใครเนี่ย คุณแม่นี่ ไม่หวายย…เลย

มาถึงเดือนนี้ แม่ไม่ห่วงเรื่องพูดแล้ว แม่ว่าเจ้าขาเริ่มแข็งแรง พูดแบบ ไม่ติด ต้องมารอให้แม่ช่วย ประมาณเดือนที่ 7 เราก็ค่อยๆเดินกันมา แต่งานหนักตอนนี้ คือ แก้ประโยค grammar,tense ที่มันไม่ใช่ง่ายๆแล้ว เพราะเจ้าขารู้จักการเล่าเรื่องราวในอดีต ที่เมื่อก่อนใช้แค่ yesterday ต่อมา มันก็เป็นพูดกันเรื่องตอนเล็ก ๆ ตอนเกิด สัปดาห์ที่แล้ว และพูดถึงแผนการในอนาคต สัปดาห์หน้า และสิ่งที่เจ้าขาและแม่ชอบทำกันคือ discuss กันเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะแม่ตั้งประเด็น ลูกตั้งประเด็น พอเริ่มลึกๆเข้าไปเนี่ย แม่ก็จอดเหมือนกัน เช่น มันเริ่มจากแค่ เจ้าขางอแง จะร้องไห้ และไม่ยอมพูด แม่บอก เด็กเค้าพูดไม่ได้ ก็เลยต้องร้องแต่เจ้าขา โตแล้ว อยากได้อะไรต้องพูด เจ้าขาก็เริ่มเลย ทำไมเด็ก ถึงยังไม่เข้าใจอะไร และเวลาอยากได้อะไรต้องร้องไห้ discuss กันไปจนถึงอยู่ในท้อง โตมา เริ่มนั่ง เริ่มเดิน โอย…แม่ก็จะไม่รอด

เดือนนี้ แม่เครียดกับงานมากๆ งานตัวเองก็ไม่เสร็จ  งานลูกก็ไม่พัฒนา หลายๆอย่างมาพร้อมๆกัน แต่ปัญหาของแม่ คือ ไม่มีเวลาพัฒนาตัวเอง เพราะหนูก้าวมาจนชิด หรือแซงหน้าแม่ไปหลายๆเรื่องแล้ว โดยเฉพาะความเป็นธรรมชาติในการพูด แม่ได้มีโอกาสคุยกับ T.Redd ทาง msn และคุยเรื่องที่แม่สอนหนู ครูจบด้านการสอนภาษาอังกฤษโดยตรง จึงเป็นประโยชน์มากที่จะเรียนรู้จากครู ตอนนี้ ครูสอนอยู่ที่ ซาอุดิอารเบีย…แม่ส่งคลิปหนูไปให้ T.ดู โอ้โห ครูส่งพลังมามากมาย….

ครูบอกกว่า หนูน่ารักมาก ไม่พูดภาษาไทยเลย ครูสอนนักเรียนในไทยมาเยอะ ทั้งเด็กไทยและผู้ใหญ่ ครูคิดว่า เจ้าขาพัฒนามามากแล้ว มากกว่าเด็กหลายคนที่เคยสอนมา(จริงๆ ครูอาจจะอยากพูดว่า มากกว่า you &vj 555..) และครูแนะนำวิธีการมาให้คร่าวๆ และครูย้ำหลายรอบมาก ว่า อย่าลืม !!! การออกเสียง และสำเนียง จะพัฒนาตามวัย เท่าที่ดูเจ้าขา ก็เหมาะสมกับวัยเค้า (สงสัย ครูเห็นแม่กังวลมาก อิอิ)  เสียดายจริงๆที่ครูไม่อยู่ในไทยแล้ว ไม่งั้น คงให้เจ้าขาได้ไปคุยเล่นกับครู เพราะครูรักเด็ก เล่นกับเด็กเก่ง

เจ้าขามีโอกาส เจอกับชาวต่างชาติ เป็นระยะ กลายเป็นแม่ไม่กล้าคุย เท่ากับเจ้าขาแล้ว ส่งลูกไปคุยตลอด เด็กนี่ ดีจริงๆ ไม่ต้องกังวล ถูกผิด พูดแล้วเค้าเข้าใจเป็นพอ ฝรั่งหลายคน ชมว่า เจ้าขาเก่ง และถามเสมอว่า พ่อเป็นชาวอะไร 555…. ชาวบ้าน นี่แหละค่ะ

homeschool

homeschool เดือนนี้ขอหักคะแนนก่อนเลยละกัน 555….เรื่องการมีสังคม .เดือนนี้เกิดอะไรขึ้นกับเจ้าขาเนี่ย  กลายเป็นเด็กเกเร จากที่ตอนเด็ก ไม่ยอมใคร ถ้าใครมาทำอะไรต้องต่อสู้ แม่พยายามเปลี่ยนให้แก้ปัญหาโดยไม่ใช้กำลัง และทำสำเร็จมาแล้ว เป็นอันรู้กันว่า ใครทำอะไรให้ไปบอกคุณครู อย่าตีกลับ กลายเป็นว่า แม่ไปรับที่รร. ชอบแย่งของเล่นเพื่อนโชว์แม่ ตีเพื่อนตอนแย่งของเล่นกัน(ซึ่งครูบอก ตอนอยู่รร.กับครู ไม่เห็นเป็นแบบนี้) เอ๋..แล้วเรื่องไม่ดีจะมาโชว์แม่ทำไม และปกติเล่นกับพี่อู พี่อูจะแกล้งน้องหรือไม่แบ่งของเล่น  เจ้าขาก็จะมีเล็กๆน้อย ๆที่มีปัญหาบ้าง แบบเด็กๆ แต่ช่วงนี้ ปัญหาอยู่ที่เจ้าขาเต็มๆ ทั้งแย่งของเล่น เอาของไปโยนใส่พี่อู เพราะเค้าไม่ให้เล่น อาไรกันเนี่ย…เกิดอะไรขึ้นกับหนู แม่หวังว่าหนูจะดีขึ้นในเร็ววัน

ยกคะแนนให้เรื่อง 10 นิ้วของฉัน และคิดสร้างสรรค์ เดือนนี้เจ้าขาชอบเล่นเลโก้ และต่อบล็อก และมันเริ่มซับซ้อนมีจินตนาการมากขึ้น และมีการเล่นบทบาทสมมติเวลาต่อบล็อกกับเลโก้ อย่างสนุกสนาน และปรับอุปกรณ์ต่างๆในบ้านมาเล่นร่วมกับเลโก้และบล็อก เช่น สร้างบล็อกเป็นบ้าน คอกสัตว์ เลโก้เป็นรร. เสาธง เอาเด็กมายืนเข้าแถว ต่อบล็อกเป็นรถ หลายๆแบบ และเอาตุ๊กตามาทำเป็นน้อง นอนในบ้าน ป้อนนม ป้อนข้าว เอาแป้งโดว์และของเล่นทำอาหาร มาทำให้น้องทาน และเอาของเล่นชุดคุณหมอ มาตรวจและให้ยาป้อนยา ฉีดยา เอาลังมาต่อเป็นรถไฟ และให้ตุ๊กตาขึ้นรถไฟไปหาหมอ คือเอาของเล่นหลายๆอย่างมาต่อยอดเล่นเป็นเรื่องเดียว แม่เห็นว่า มันเป็นการใช้จินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ ที่ซับซ้อนขึ้น

อาหารสมองเดือนนี้ วิทยาศาสตร์ เราปลูกต้นข้าวโพดกัน ป้าผึ้ง ยกกระถางข้าวโพดมาให้หนู เราช่วยกันดูแล รดน้ำ คุณพ่อมาช่วยแยกกระถางและแอบทำการทดลองเล็กๆกันว่า ปลูกหลังบ้านกับหน้าบ้านอันไหนจะขึ้นดีกว่ากัน (แม่ก็เพิ่งได้ปลูกข้าวโพดเป็นครั้งแรก ตื่นเต้นเหมือนกัน) หนูได้สังเกตการเจริญเติบโตข้าวโพด และรู้จักส่วนประกอบต่างๆของต้นพืช (เรียนรู้เรื่องเดิม ที่เราเคยปลูกต้นถั่วกันตอนหนู 2.5 ขวบ) หนูได้เรียนรู้การวัด ได้รู้จักศัพท์มากมายเกี่ยวกับการวัด และเป็นจุดเริ่มต้นให้หนูถือ ไม้บรรทัดเดินรอบบ้าน และวัดทุกอย่างรอบตัว ไม่เว้นแม้แต่ mommy ,I want to measure you.

Me???   แม่ที่ตัวสูงกว่าต้องช่วยถือตลับเมตร วัดตัวแม่เองทุลักทุเล หุหุ

เดือนนี้ชัดเจนขึ้นกับเรื่อง living things แม่คิดว่าหนูเข้าใจพอสมควรแล้ว กับการปลูกข้าวโพดของเรา และแม่ได้เรียนรู้ว่า ต้นข้าวโพดโตเร็วจริงๆ เราได้พูดคุยกันเรื่อง อาหาร แร่ธาตุที่มาจากดิน การสังเคราะห์แสงที่แม่แค่เล่าง่ายๆเรื่อง ดึงน้ำที่เรารด และอาหารจากดินและรับแสงมาปรุงอาหาร ส่งผ่านไปไหนบ้าง (จริงๆเราเล่ากันมาตั้งแต่เล็กๆแล้ว) แต่แม่ว่า มาถึงตอนนี้ หนูเข้าใจอะไรมากขึ้น สังเกตจาก การ discuss พูดคุยกับแม่ แต่ก็ยังเป็นแบบเด็กๆ อยู่ นอกจากได้ความรู้ ที่เห็นจริง หนูกับแม่ยังได้ศัพท์เพิ่มขึ้นอีกมากมายกับเรื่องนี้

อ่านไทย/อังกฤษ  มานั่งๆนับดู ที่เราอ่านเล่นๆกัน ทั้งแบบจำภาพ สะกดคำ แม่ทำไปเรื่อย แบบขี้เกียจ หนูก็อ่านได้ประมาณ 70-80 คำแล้วนะเนี่ย เอ๊ะ นี่ผิดที่แม่อีกแล้วรึเปล่าคะ ที่ไม่มีเวลาเอง(อีกแล้ว)

ดนตรี เดือนนี้ยังคงเรื่อยๆกับดนตรี แม่ผิดเองที่พาหนูซ้อมน้อยไปหน่อย ก็แม่ไม่มีเวลา ส่วนใหญ่ความสามารถหนูเดิมๆคือ แต่งเพลงสดๆ ตามสถานการณ์ เป็นภาษาอังกฤษ (ก็เพราะหนูอยู่กับแม่มาก ภาษาอังกฤษมันก็เลย อยู่ในตัวหนูมากกว่าภาษาไทย) แต่แม่ยังแอบคิดว่า อยากให้ร้องแต่งเพลงภาษาไทยบ้าง (เหมือนเดิมที่เคยทำ อิอิ โลภมากจริงๆ)

วาดรูป หนูวาดรูปได้เยอะขึ้น หลายรูปแล้ว กล้ามเนื้อมือแข็งแรงมากขึ้น และมีรายละเอียดในการวาด เช่น  door ก็ต้องมี doorknob /you should put your shoes infront of the house. และวาดรองเท้าเล็กๆหน้าบ้าน พวกเล็กๆน้อยๆ ต้องมี แม่เริ่มพยายามสะสมคลังภาพให้หนู เพื่อเป็นพื้นฐานของ mind map จะรอดมั้ยคะ คุณแม่ ก็ดูฝีมือและจินตนาการคุณแม่สิคะ อิอิ แต่ก็ยังถือว่าอีกยาวไกล เลย เพราะหลายๆรูปมันก็ยังไม่ค่อยจะเป็นรูป ได้แต่บรรยายว่ามันเป็นรูปนี้ หุหุ

3 ขวบ 1 เดือน ตามแม่ไปทำวิจัย

Posted in 1566133, 3 ขวบ 1 เดือน on มกราคม 22, 2010 by jaokha

เดือนนี้คุณแม่ต้องไปทำวิจัยที่อุบลฯ ตรงกับช่วงปิดเทอมพอดี แต่จริงๆเจ้าขาเรียนเนอสเซอรี่ไม่มีปิดเทอม แต่แม่ไปไหน ลูกต้องไปด้วยตลอด หุหุ ก็ไม่มีใครเลี้ยงนี่นา เป็นช่วงที่แม่ยุ่งน่าดู เครียดกับงานตัวเอง ไม่ค่อยได้สนใจหนูเลยอ่ะ แต่ก็ประจวบเหมาะกับหนูต้องอยู่กับคุณยาย บ้านคุณยายที่กว้าง มีที่วิ่งเล่น ที่ปั่นจักรยาน มีทรายให้เล่น เป็นบ้านในเมืองแต่ยังมีต้นไม้เยอะ บ้านกว้าง ไม่เหมือนบ้านพัก รังหนูของเราเลย หุหุ เดินไป 3 ก้าว ก็ถึงประตูละ หนูก็เลยสนุกกับสิ่งแวดล้อมรอบตัว

แม่ยังหอบคีย์บอร์ดไปให้หนูเล่นด้วย กันลืม ไม่ได้เล่นเป็นเดือน เดี๋ยวลืมนิ้วหมด หุหุ ข้าวของที่เราหอบไปรอบแรก ในรถป้าปู(เต็มรถ) คุณพ่อเอามาส่งอีกรอบ แม่กลับมาส่งงาน และขนมาอีก ปรากฎว่าเหมือนจะย้ายกลับได้เลย 555…

เข้าเรื่องเลยละกัน

เดือนที่ 8 ของภาษาที่สองของเรา…

เดือนนี้ อย่างที่บอกว่าความยุ่งของแม่ มันเลยลดทอนความตั้งใจในการสอนหนูลงไปพอสมควร แต่เราก็คุยกันปกติ แม่ชอบใจลอยเวลาขับรถบ่อยๆ เพราะคิดเรื่องงาน ส่วนหนูก็เม้าท์อยู่นั่น เล่าโน่น เล่านี่ ถามโน่น ถามนี่ ตลอดเวลา เป็นเดือนที่แม่ แอบคิดในใจ เฮ้อ!! ขอความสงบแม่หน่อยค่ะ พูดไม่หยุดเลย เงียบหน่อยก็ดีนะคะลูกจ๋า  เดือนนี้ แม่คิดว่าความสามารถในการพูดภาษาอังกฤษของหนูน่าจะใกล้เคียงกับภาษาไทยแล้ว เพราะหนูสามารถสื่อสารได้แทบทุกอย่าง อย่างที่หนูอยากจะพูด

เดือนนี้เจ้าขาเริ่มพูด tense ได้ถูกมากขึ้น รู้จักใช้คำว่า yesterday และตามด้วย I saw… ใช้คำว่า bought หรือ gave ได้ถูกต้องตามสถานการณ์ พยายามแก้ tense ให้ตัวเอง เวลาพูดออกมาแล้วไม่เคยชิน เช่น No No…I have to speak.I have taken a bath. เป็นเดือนที่เริ่มใช้ does,doesn’t ได้ถูกบ้าง แต่ยังมีปัญหาการใช้ why does,why why doesn’t ,why did(บ้าง) เดือนนี้เราเริ่มแก้การออกเสียง แต่ยังไม่เข้มข้นนัก เนื่องจากแม่เวลาน้อยนั่นเอง

หนูเริ่มเรียนรู้ไวยากรณ์ตามธรรมชาติที่ยากขึ้นกว่า present con..แม่ งง ว่าเด็กๆเค้าเรียนรู้ยังไงน้า ประเภท finish ต่อด้วย ing รึว่า มีverb 2 ตัว คั่นด้วย to ก่อน เป็นต้น มีหลายอย่างที่หนูค่อยๆขยับเรียนรู้ไปเรื่อยๆ

เดือนนี้ ความสามารถในการเล่านิทานหนูก็พัฒนาขึ้นมาก เริ่มเล่าได้เป็นเรื่องเป็นราว ทั้งแบบแต่งเองหรือจำจากที่แม่เล่า แม่เห็นว่าอันนี้เป็นความสามารถด้านจับใจความ ซึ่งคงต้องพัฒนาอีกเยอะเลย

Homeschool เดือนนี้ ยกให้การมีสังคม เพราะได้มีโอกาสไปอยู่ร่วมหรือพบปะกับคนมากมาย ทั้งคุณตา คุณยาย ญาติๆเรา ผู้ช่วยวิจัยของคุณแม่ อื่นๆ แถมได้เป็นแรงบันดาลใจให้ผู้ช่วยวิจัยแม่ที่เป็นนักศึกษาอยากฝึกภาษาอังกฤษกัน เพราะเห็นหนูพูดได้เป็นธรรมชาติ และมาถามวิธีการฝึก รวมทั้งขอการ์ตูนของหนูไปดูอีกด้วย

และอีกอย่างคือ คิดสร้างสรรค์ เดือนนี้ เห็นแววในการเล่นตามธรรมชาติ เช่นเอาใบไม้ เอาทราย เอาโน่นนี่มาทำเป็นบ้านบ้าง สร้างบ้านให้มดบ้าง ประดิษฐ์อะไรต่างๆนานา ตามประสาหนูบ้าง ไม่ได้สวยเลอเลิศ แต่แม่ก็เห็นแววแห่งจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ และอีกอย่างที่ถึงบางอ้อ คือการแต่งเพลง(เดี๋ยวไปเล่าประกอบคลิปดีกว่า อิอิ)

คณิตศาสตร์เดือนนี้ น่าจะนับเลขไทยคล่องขึ้น พอดีที่รร.สอนด้วย ต้องยกความดีความชอบให้รร.ด้วย เพราะแม่แอบเห็นคุณครูมีหนังสือ พ่อธีร์ ไม่รู้ว่าอ่านไปสอนลูก รึว่าสอนเด็กด้วย เพราะแนวทางที่อ่านสรุปการเรียนรู้รายสัปดาห์ก็ออกคล้ายๆกัน แต่ช้ากว่าบ้านเราหน่อย ทำได้บางกิจกรรม(สงสัยเด็กเยอะ) วางจำนวนกับตัวเลขได้เก่งแล้ว ชอบใช้คำถามเปรียบเทียบมาถามแม่ ปกติเจ้าขาจะเริ่มเข้าใจและเอามาพูดเรื่อง การเปรียบเทียบ(ในประโยคภาษาอังกฤษ๗ ตอนที่เราพูดภาษาอังกฤษเดือนที่ 5 แต่ยังไม่มาก อาจเพราะยังเด็ก แต่ตอนนี้โตแล้ว มักจะมีคำถามมาถามแม่ ว่ากลุ่มไหนมากกว่ากลุ่มไหน อันไหนใหญ่ อันไหนเล็ก กะประมาณลูกปัดไม่ค่อยได้กะเลยอ่ะ บอกให้เดาที่ไร No,I don’t want to guess.I want to count….Teacher told me.you should count when you want to know about how many….you know Don ‘t guess.Don ‘t estimate..หุหุ ประโยคนี้มักมาเป็นชุด เวลาให้เล่น แม่เลยจ๋อยเลยอ่ะ พ่อธีร์เค้าบอกแล้วว่าให้สอนก่อนอนุบาล เป็นไงล่ะกระดานร้อยช่อง เล่น 1-50 ได้ดีขึ้น แต่นานมาก กว่าจะบิ๊วท์กันได้

วิทยาศาสตร์ เดือนนี้โดดเด่น เรื่องเงา ที่หนูสงสัยเรื่องเงา และการลอย การจม แม่เลยโซโล่ด้วยความรู้เรื่องการเกิดเงา  และการลอยการจมอีกนิดหน่อย หนูได้เรียนรู้ศัพท์ใหม่มากมายจากความขี้สงสัยของหนู แม่บอกหนูเสมอ ความอยากรู้สำคัญกว่าความรู้ จงสงสัยกับทุกสรรพสิ่งที่อยู่รอบตัว หนูทำได้ดีแล้วจ้า !!! และเป็นเดือนที่หนูเริ่ม discuss กับแม่เองเรื่อง living things ,non living things…ทั้งที่แม่เริ่มโซโล่มานานหลายเดือนแล้ว หุหุ

ดนตรี จากเดือนที่แล้วที่เล่าว่าเล่นได้ 5-6 เพลง แต่มาเดือนนี้ต้องหยุดเรียนซะนี่ แม่หอบคีย์บอร์ดกลับบ้านคุณยายด้วยแต่ไม่ค่อยมีเวลาพาซ้อม แต่พอดีเราหมกตัวกันอยู่ห้องใหม่ที่คุณยาย ทำให้กะจะเป็นห้องสมุดเจ้าขาตอนกลับมา แต่กลายเป็นห้องทำงานและห้องนอนของเราไปแล้ว หนูเลยได้อยู่ในห้องนั้นบ่อยๆ และอยู่กับคีย์บอร์ด แม่เห็นหนูนั่งเล่นเองบ่อยๆ และใช้นิ้วได้ดีด้วย น่าแปลก สงสัยพัฒนาการเรื่องนิ้วจะมาแล้ว แม่ดีใจจริงๆ ไม่ต้องทนเห็นหนูลำบาก แม่เป็นโรคไม่ค่อยอยากฝืนความรู้สึกหนู เอาสนุกและมีความสุขไว้ก่อน แม่พยายามพาฝึกร้องเพลง และร้องโน้ต จะได้เล่นได้คล่องขึ้น แต่เวลาก็ไม่เป็นใจสำหรับแม่เอาซะเลย

เดือนนี้หนูเล่านิทานเก่งขึ้น แบบที่ดูหนังสือ และไม่ดูหนังสือ ทั้งไทยและอังกฤษ แต่ความถี่น้อยลง และเล่าเรื่องในจินตนาการน้อยลง เอ…เป็นเพราะหนูโตขึ้นรึเปล่าคะลูก แต่แม่อยากให้หนูฝึกตรงนี้อ่ะ รู้สึกว่ามันน่าจะได้ใช้สมองทั้ง 2 ซีกเลย เป็นอีกหนึ่งความสามารถ ที่แม่ไม่มี แม่เลยรู้สึกดี ตอนเด็กๆ คุณแม่เล่านิทานไม่เคยได้เลย อาจเป็นเพราะฟังน้อย แม้ว่าจะอ่านมาก แต่ไหงแม่เล่าไม่ได้แบบหนูน้า…

การอ่านของหนู แม่สอนหนูให้อ่านมาตั้งแต่เล็กๆ อยากให้หนูรักการอ่าน เพราะมีความรู้สึกว่า เป็นขุมทรัพย์แห่งความรู้อันยิ่งใหญ่ และได้อยู่ในโลกของตัวเองอย่างแท้จริง แม่โตมากับกองหนังสือ ไม่มีของเล่นเยอะแยะเหมือนหนู ถ้าไม่เล่นนอกบ้าน ก็นั่งติดอยู่กับมุมหนังสือ กับป้าปูแหละ แต่การสอนอ่านนี่ มันมีหลายตำราจังบางตำราบอกสอนได้ตั้งแต่เล็ก แต่ถ้ายึดตำรา homeschool ล่ะก็ คนละเรื่อง แม่เลยมีความรู้สึกครึ่งๆกลางๆ และสรุปว่าเอาตำราแม่นี่แหละ หนูเลยอ่านได้บ้าง แต่ไม่แน่ใจว่า จำ เดา รึอะไร แต่เราก็เดินมาถึงแค่คำ ขึ้นวลีทีไร 555….ต่อเรื่องเองทุกทีเลย ลูกจ๋า

ดูคลิปเลยละกันนะคะ สำหรับเดือนนี้

คลิปนี้โม้เรื่อง ประดิษฐ์จรวด ว่าจะให้ใครขึ้นจรวดบ้าง พ่อนั่งไหน แม่นั่งไหน…ขอบอกว่า เป็นจรวดที่ตั้งใจทำมาก ทำอยู่ 2 วัน 2 คืน กว่าจะวาด กว่าจะพิถีพิถันระบาย ต้องหอบเอาขึ้นไปนอนด้วย ตื่นเช้าไปรร.กลับมาระบายต่อ หุหุ ตั้งใจเจง เจง….

คลิปนี้ ถ่ายตอนแรกๆที่เราเริ่ม อ่านนิทานไทย discuss กันเป็นอังกฤษ เหตุเกิดเนื่องจากเจ้าขาชินที่จะพูด อังกฤษกับแม่ตลอด ก็เลยไม่ยอมพูดไทยกับแม่เลย และคุณพ่อไม่ค่อยมีเวลา แม่เลยต้องโซโล่ทั้งไทยอังกฤษ แต่แม่ก็เห็นความสำคัญของภาษาไทย ที่ยังไงหนูก็ต้องอ่านมันมากพอๆกับภาษาอังกฤษ เพราะฉะนั้นจึงเป็นที่มาว่าต้องอ่านนิทานไทย แต่พอแม่อ่านไทย หนูก็มาถามเรื่องในนิทานเป็นอังกฤษ ก็เลยต้องตามน้ำไปเลย สรุปเราเลยได้อ่านไทย คุยสรุปเรื่องกันเป็นอังกฤษละกัน ลูกน่ะ ไม่มีปัญหาเลย แต่แม่เนี่ยสิ งง..มาก เดี๋ยวไทย สลับอังกฤษ ปกติก็คิดแกรมม่า จนเวียนหัวอยู่แล้ว แล้วไหนจะมาถามลูก ไหนจะต้องตอบคำถามลูก …หุหุ

แม่ชอบคลิปนี้ตรงตอนท้ายหนูแต่งเพลงสดๆ จริงๆมีภาคต่อด้วย แต่เอาแค่นี้ละกัน ถ้าให้ร้องคงไม่จบ(ยาวววว…) ถ้าอ่านประวัติหนูมา ก็เป็นอันรู้กันว่าหนูชอบร้องเพลงมาตั้งแต่เด็ก และตอนเด็กๆที่พูดภาษาไทย ก็มักเต่งเพลงเสมอ เห็นโน่นนี่ เดินผ่านนั่น ต้องเอามาร้องเป็นเพลง พอเดี๋ยวนี้ เราอยู่กันใน version eng….ก็เปลี่ยนเป็นร้อง eng รึว่าเพลงไทยที่เอามาจากรร. รึเพลงจากรร.ดนตรี ซึ่งร้องอยู่ตลอด จนป้าข้างบ้าน อย่างที่บอก ถึงกับเปรยว่า คนอะไรร้องเพลงได้ทั้งวัน รึว่า แม้กระทั่งตื่นตี 4 มาเข้าห้องน้ำ ยังมาร้องเพลงเสียงดังจนคุณยายขำ ประมาณเดือนที่ 4-5 ในการฝึกภาษาอังกฤษ แม่เห็นเจ้าขาเอาประโยคสนทนาที่เราพูดกัน รึว่าในการ์ตูน มาร้องเป็นเพลง (แต่เนื่องจากเป็นประโยคพื้นๆง่ายๆ แต่หลายเพลง แต่ละวันไม่ซ้ำ) แม่ก็เลยคุยกับคุณพ่อว่า “เอ๊..เจ้าขาคิดเอง รึรร.ให้ร้องน้า ถ้ารร.ให้ร้องแม่ว่าสุดยอดมากเลย เพราะทำให้เด็กจำประโยคที่จะพูดเป็นภาษาอังกฤษได้ และมันเยอะมากด้วย”  ที่แม่สงสัยก้ำกึ่งว่าคิดเองรึรร.แต่ง เพราะมีเยอะเหมือนกันที่แม่ว่า เพลงมันฟังดูเข้าท่า ได้เรื่องได้ราว จนหนูพัฒนาความสามารถขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็นร้องเพลงสด แต่งขึ้นมา เข้ากับสถานการณ์นั้นๆ อ้อ ถึงบางอ้อ ไม่ใช่รร.แล้วล่ะ หนูนี่แหละค่ะ แต่งเองล้วนๆ 🙂

เดือนนี้ เจ้าขาเริ่มชอบวาดรูปด้วยปากกา ดินสอ  จากเดือนที่แล้ว ชอบวาดรูปโดยใช้สีชอล์ก และตัดเป็นรูปต่างๆ เดือนนี้เริ่มอยากวาดรูปโน้นนี้ แต่ก็แบบเด็กๆ แม่ก็ขำๆ แม่พยายามจะให้หนูฝึกวาดรูปเยอะๆ เพื่อเป็นพื้นฐานของ mind map แต่แม่เอง ก็กำลังเรียนรู้อยู่หลายอย่างเกี่ยวกับ mind map จินตนาการมันก็ไม่ดีเหมือนเด็กๆอย่างหนูเลย แถมฝีมือไม่ต้องพูดถึง หุหุ รูป แมงมุม ผู้หญิง ผู้ชาย ตามแบบเด็ก 3 ขวบ

3 ขวบ เดือนที่ดีที่สุด อีกเดือนหนึ่ง !!

Posted in 3 ขวบ on พฤศจิกายน 16, 2009 by jaokha

ไม่เชื่อ ก็ต้องเชื่อ เราเดินทางกันมาถึง 3 ปีแล้วเหรอเนี่ย เดือนนี้มีหลายๆสิ่งหลายๆอย่าง ที่ทำให้แม่ต้องจดจำ และแม่ถือว่าเป็นเดือนที่ดีที่สุดของคุณแม่ คุณพ่อและหนูก็ว่าได้

เดือนนี้หนูกำลังจะเรียนจบเทอมแรกของชั้น PK3 แม่มีภารกิจที่ต้องทำ คือ ไปพบครูเพื่อประเมิน ผลการเรียนและพัฒนาการของหนู จริงๆ แม่ได้อ่านพัฒนาการของหนูและได้พูดคุยกับครูอยู่ตลอดอยู่แล้ว แต่คุณแม่ก็ตื่นเต้นไม่น้อยที่จะได้ฟังพัฒนาการของหนู จากทั้งครูประจำชั้น ครูต่างชาติ ครูดนตรี ครูศิลปะ ครูพละ

ก่อนหน้าที่จะไปพบครู แม่ได้สมุดประเมินมาก่อน จริงๆมันคงไม่ได้น่าตื่นเต้นอะไรมาก เพราะตามหลักการประเมินจิตวิทยาของครูอนุบาลก็คงมองโลกในแง่ดีอยู่แล้ว แต่มันก็ทำให้แม่แอบปลื้มกับหนูเหมือนกัน เพราะที่ผ่านมาจาก daily assessment และการประเมินโดยรวมที่โดดเด่นของหนู คือ เรื่องสมาธิ ที่มีมาตั้งแต่ตอนอยู PK2 หนูได้รับการประเมินว่า เป็นเด็กฉลาด  ความจำดี ภาพรวมอยู่ในระดับ outstanding. มีความสนใจในภาษาอังกฤษ สามารถตอบคำถามและคำศัพท์ได้ ในบางวันหนูได้รับการประเมินว่า ตอบได้ทุกคำสนทนากับครูต่างชาติ (แค่นี้แม่ก็ปลื้มแล้ว แม้ว่า คงเป็นบทสนทนาง่ายๆ ไม่มีอะไรซับซ้อน แต่มันก็เป็นตัวชี้วัดเล็กๆที่เราร่วมกันฝ่าฟันมานะคะ) ในวิชาศิลปะ เจ้าขาเป็นเด็กที่มีสมาธิดีมาก และละเอียดในการทำงาน วิชาพละ สุขภาพแข็งแรง เป็นคนที่ป่วยน้อยที่สุดในห้องพอๆกับคริสติน เพื่อนของหนูอีกคน กล้ามเนื้อมัดใหญ่ มัดเล็ก พัฒนาได้ดี และวิชาดนตรี ครูบอกหนูมีความสุขมากกกกก..ในการเรียนดนตรี อันนี้ไม่ต้องบอกแม่ก็รู้ค่ะ 555…  🙂 ครูบอกว่า หนูแยกได้แล้วว่าอะไรดีไม่ดี และจะคอยบอกเพื่อนๆเสมอเวลา เพื่อนทำอะไรไม่เหมาะ เช่น อย่าไปเล่นตรงนั้น T.ไม่ให้เล่น อย่าทำอย่างนี้ (เหอ เหอ เพื่อนจะเขม่นป่าวลูก ) และที่โดดเด่น คือ เวลา T. ทำอะไรใหม่ๆจะถามอยู่เสมอ เป็นเด็กช่างถาม (อันนี้ก็ไม่ต้องบอก แม่ว่า แม่น่าจะเจอเยอะกว่าครูนะคะ)

แม่ได้มีโอกาส คุยกับครูต่างชาติของหนู ซึ่งครูประจำชั้นบอกว่า T.ชอบหนูมาก (ก็คงรักเด็กทุกคนแหละเนอะ) ครูต่างชาติของหนูบอกแม่ว่า รู้สึก surprised เวลาเห็นหนูทำงาน เพราะปกติจะเห็นเด็กเวลาทำงาน คือเขียนตัวยุ่งๆ แป๊บๆก็เสร็จ แต่หนูมักตั้งใจมากกกก….และนั่งทำงานนานที่สุด หุหุ น่านล่ะ หนูเลย เวลาที่อยากทำอะไร จะมุ่งมั่นสุดๆๆๆๆ ดึกแค่ไหน ถ้ายังไม่เสร็จ ก็ไม่ยอมนอน (ถ้าอยากทำด้วยนะ ถ้าไม่อยากทำ ก็ยุ่งเหมือนกันค่ะ ครู หุหุ)

แถมแม่ได้เทคนิคในการสอนหนู เพิ่มเติมมาด้วยจากครูต่างชาติที่แนะนำ ว่าช่วงนี้ควรสอนอะไรบ้าง (ครูน่ารักมากกกก แม้ว่า แม่จะฟังครูค่อนข้างยากก็ตาม แต่ยังดีใจที่พูดกันรู้เรื่อง นี่ต้องยกความดีให้หนูด้วยนะ เพราะทำให้แม่ได้ฝึกภาษาอังกฤษตัวเอง จนพูดกับครูหนูได้ยาวเลย )

เทอมนี้ความพิเศษ อีกอย่างคือ หนูได้รับรางวัล star of PK3 (ดาวเด่นประจำห้อง) เป็นรางวัลแรกของหนูเลย แม่ภูมิใจแทนหนู หนูได้ขึ้นไปรับรางวัลกับผอ.บนเวที ครูบอกว่า ที่ได้รับรางวัลนี้ เพราะ หนูเรียนได้ดีในห้องเรียน ทำงานได้ดีทุกๆอย่าง เป็นเด็กเรียบร้อย น่ารัก พูดเพราะ เป็นที่รักของเพื่อน ครูบอกว่า เจ้าขาชอบช่วยเหลือเพื่อนเสมอ

เรื่องเรียนดี ทำงานดี แม่ก็ไม่อะไรมาก เพราะเด็กๆ ยากที่จะวัด เด็กแต่ละคนมีความสามารถแตกต่าง และห้องเจ้าขาก็มีแค่ 20 คน แต่แม่ชอบ อย่างหลังที่หนูเป็นที่รัก และชอบช่วยเหลือเพื่อนๆ แค่นี้ก็คุ้มค่าแล้วกับการเลี้ยงหนูมา แม่ภูมิใจในตัวหนูจริงๆ !!!

เทอมหน้า หนูจะได้เลื่อนชั้นไปอยู่ KH start เป็นห้องที่เตรียมพร้อมสำหรับการเลื่อนชั้นเป็นอนุบาล…มีเพื่อนบางคนที่ไม่ได้เลื่อนชั้นตามมาด้วย ต้องรอให้พร้อมก่อนจะค่อยๆตามกันมา หนูก็มีคิดถึงเพื่อนบางคนด้วย (แม่ชอบวิธีการดูแลอย่างใกล้ชิดของรร.หนูจัง)

เรื่องดีๆ ในเดือนนี้อีก คือ เดือนนี้ หนูโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว คือ ไม่ฉี่รดที่นอนแล้วค่ะ ตอนกลางคืน หนูสามารถนอนได้ตลอดคืน โดยไม่ต้องลุกขึ้นมาฉี่ จากหลายเดือนก่อนที่เริ่มตอน 2 ขวบ 5 เดือน จะฉี่1-2 ครั้งตอนกลางคืน และมีฉี่รดที่นอนบ้างและลดการฉี่ตอนกลางคืนมาเรื่อยๆ และความถี่ในการฉี่รดที่นอนก็ลดลง จนจากปลุกมาฉี่เป็นตื่นมาฉี่เองได้ จนถึง หนูนอนตลอดคืนได้ โดยไม่ฉี่รดที่นอนแล้วค่ะ 🙂

เดือนที่ 7 หนูผลักแม่ให้ก้าวไปข้างหน้า ไม่อยากเชื่อเลย

เดือนนี้ แม่แอบเศร้าเล็กๆ เพราะรู้สึกว่า หนูจะก้าวมาใกล้แม่มากๆแล้ว เพราะหนูเริ่มมีประโยคเป็นของตัวเองเยอะมากแล้ว และหลายประโยคมันดูเข้าท่า เข้าทางกว่าแม่จังเลย แถมพูดออกมาได้อัติโนมัติ ไม่ต้องคิดไวยากรณ์ คิดโน่น คิดนี่อย่างแม่ เริ่มรู้สึกว่า โถ เกิดมาเป็นลูกแม่ช่างน่าเศร้าจริงๆ ถ้าไปเป็นลูกคนที่เค้าเก่งภาษาอังกฤษ ป่านนี้คงพูดปร๋อ และพูดถูกต้องไปนานแล้ว หุหุ

แต่ก็ถึงจุดที่หนู พูดภาษาอังกฤษกับแม่น่าจะ 90% ได้ แม่ก็เลยคิดว่า แม่จะหยุดอยู่ที่นี่ไม่ได้แล้ว หนูผลักแม่ให้กล้าตัดสินใจที่จะพูดภาษาอังกฤษกับหนู 100% ทั้งที่แม่เคยคิดว่า ยังไงแม่ก็ทำไม่ได้ (ปลอบใจตัวเองว่า ทำไม่ได้ก็ไม่เห็นเป็นไร พูดเท่าที่พูดได้ 555..ขี้เกียจ) 

และเดือนนี้เป็นเดือนที่หนูพูด ภาษาอังกฤษกับแม่เกือบ 100%  ยกเว้น จังหวะที่หนูลืม รึว่า ไม่รู้ว่าจะพูดยังไง เริ่มละเมอตอนกลางคืนเป็นภาษาอังกฤษ โอว…แม่ยังไม่อยากเชื่อตัวเองเลย

ย่างเข้าปลายเดือนนี้ หนูพูดเก่งมาก พูดได้เป็นธรรมชาติ และไม่หลุดภาษาไทยกับแม่ จนทำให้เวลาไปไหนๆกับแม่ มักจะมีคำถามตลอด อันดับแรก น้องพูดไทยได้มั้ยคะ โอ้โห ทำไมพูดภาษาอังกฤษเก่งจัง….แม่จะเชื่อตัวเองดีมั้ยเนี่ย ว่าเราเดินมาถึงตอนนี้กันแล้ว แม้ว่าจะยังไม่ถึงเป้าหมายแรกของการพูด สองภาษาของเรา แต่ก็ทำให้แม่มีกำลังใจมากทีเดียว

หนูเริ่มเล่านิทานเป็นภาษาอังกฤษแบบยาวๆ เป็นเรื่องเป็นราว ที่แม่ถือว่าเป็นการเล่า ตอน 2ขวบ 8 เดือนและมันก็พัฒนาเรื่อยมา จากงง งง เรื่อง เป็นเล่าได้เป็นเรื่อง เป็นสรุปเรื่อง และแต่งเรื่องเพิ่มเอง หุหุ คลิปนี้เป็นคลิปประวัตศาสตร์ ถ่ายได้ครั้งแรก ยอมให้ถ่าย ปกติ พอยกกล้องก็หยุดเลย จะมาถ่ายเองตลอด รึไม่ก็ไม่พูดไปเลย อันนี้ก็แต่งเรื่อง สนุกเลย พอมีเค้าเดิมอยู่บ้าง ดีที่จบลง อ่านให้ฟัง 1 ครั้ง และเอาไปเติมแต่งเอง

 homeschool ของหนู เดือนนี้ ขอให้รางวัลสำหรับ เด็กดี แบ่งปันเอื้ออาทร อันมาจาก การได้รับรางวัล ที่ส่วนนึงมาจาก ช่วยเหลือเพื่อน พูดจาไพเราะ และอาหารสมอง สำหรับการตั้งใจเรียน และทำงานได้ดีในห้องเรียนจ้า

คณิตศาสตร์ เดือนนี้ ยังคงคล้ายๆเดิม นับ 1-100 ไทยกับอังกฤษ แต่ไทยเนี่ย เหมือนจะไม่คล่องเท่าอังกฤษ เดี๋ยวเรา ช่วยๆกันปรับไปนะจ๊ะลูกแม่ ค่าของตัวเลข ส่วนใหญ่หนูชอบนับเพราะติดมาจากรร. ถ้าให้กะประมาณจะได้ 1-3 เข้าใจจำนวนนับและวางไม้จำนวนกับตัวเลข ได้ถูกต้องเกือบหมดแล้ว กระดานร้อยช่อง ถ้าเล่นแค่ 30 จะคล่อง มาก พอ 50 เริ่มไม่สนุกละ เป็นไม้เบื่อไม้เมากัน แต่แม่ก็ไม่อะไรมาก เอาสนุกๆละกันเนอะลูกเนอะ รวมๆกันไปหลายๆอย่าง ก็เป็นเรื่องเลขอยู่ดีแหละเนอะ หนูเปรียบเทียบ มากน้อย ยาวสั้น สูงต่ำ ใหญ่เล็ก และการเปรียบเทียบอื่นๆได้แล้ว แต่แม่สอนได้แค่ version eng ไม่แน่ใจว่า ไทยเนี่ย ก็คงเข้าใจเนอะ

วิทยาศาสตร์ ช่วงเดือนนี้จะเห่อ เรื่องมดอย่างแรง เจ้าขาเห็นมดไม่ได้จะสนใจมาก และทำการทดลอง (แม่พยายามคิดในแง่ดีตลอด จริงๆ บ้านอื่นเค้าเรียกดื้ออ่ะ แกล้งสัตว์) คือจะไปแกล้งมด เอาของไปปิดทางเดิน และบอกแม่ว่า mommy,ants get lost… เพราะดู bug life และมีใบไม้ตกลงมา มดแตกตื่น หลงทางกันใหญ่ เลยมาลองดูบ้าง และมีคำถามชวนปวดหัว มาให้แม่ต้องตอบ mommy,why do ants go in a line? เลยเป็นที่มาของการถ่ายทำสารคดีมด ที่เดินไปไหนต้องแบกกล้อง พร้อมขาตั้งกล้องติดตัว เจอมดต้องถ่าย ว่ามันเดินเป็นแถวตลอดมั้ย และเป็นที่มาแห่งการทำบาป คือ ตัดขามด เพราะสงสัยว่า ถ้ามดไม่มีขาจะเดินได้มั้ย ต้องอบรมจริยธรรมกันไปพอสมควร

คลิปนี้ ถ่ายตอน 7 เดือนที่ฝึกกันมา ตัดแปะ เท่าที่ถ่ายได้จ้า ส่วนใหญ่ มักไม่ได้รับความร่วมมือในการถ่ายวีดีโอ เพราะชอบเป็นคนถ่ายมากกว่าเป็นดาราหน้ากล้อง

ชอบถามโน่น นี่ รึให้เลือกเป็นประจำ แต่พอแม่ตอบ ก็มีความคิดของตัวเองที่คิดรึเลือกไว้ให้ อยู่แล้ว แล้วจะถามทำไมเนี่ย หลังๆแม่เลยชอบย้อนถามว่า what do you think? กะจะไม่ตอบ แต่เธอไม่ยอม ต้องแสดงความคิดเห็น พอแม่ตอบแล้วเธอถึงจะแย้ง อาไรเนี่ย

ประมาณ 2 ขวบ 11 เดือนแม่ลองพาหนูไปถามเรื่องเรียนหลักสูตรปูพื้นฐานด้านดนตรีของเด็ก เค้าเห็นหนูรีบบอกไม่รับค่ะ(จริงๆ แม่ลองมาถามดูเฉยๆ) ยังเด็กไป แต่ไงไม่รู้ เค้าบอกว่าลองเข้าไปหาคุณครูดูก่อนละกัน กำลังจะเริ่มคลาสนี้พอดีตอนเที่ยงตรง เราเลยได้เข้าไปเรียนกัน ตลกเจ้าขามากมาย เด็กสุดๆ ส่วนใหญ่เค้าก็ 4 ขวบกันหมดแล้ว เรียนไปนิดหน่อย หิวนม 555…พอเค้าให้กดคีย์บอร์ด มือไม้ก็ไม่ประสานกันเท่าไหร่ มือไม่ไป แต่ปากนี่ร้องเพลง ร้องโน้ต ดังมากๆๆ 555…เล่นไม่ได้ขอร้องละกัน ครูเลยรับเลย และบอกว่า พี่โต๋เค้าก็เริ่มตอน 3 ขวบลูก เจ้าขาสู้ สู้ ไปสมัครเลยลูก

กว่าจะได้เรียนอีกที ก็ประมาณ 3 ขวบนั่นแหละ พอไปเรียนครั้งที่ 2 เจ้าขาเริ่มกดได้อย่างไม่น่าเชื่อ ตอนแรก แม่เป็นห่วงมาก จริงๆ อยากให้เรียนเพราะเห็นชอบดนตรีอยู่แล้ว คอร์สปูพื้นฐาน เข้าใจว่า จะให้ฟังเพลง ฟังโน้ต  ไม่คิดว่าจะให้เล่นด้วย และลูกแม่กล้ามเนื้อมือ ก็เพิ่งเริ่มแข็งแรง หุหุ เราเรียนกันได้ประมาณ 4 ครั้ง ก็มีเหตุที่แม่ต้องไปทำวิจัย ต้องหยุดเรียนไปก่อน ตอนนี้เจ้าขาเล่นได้ 5-6 เพลงแล้ว(เพลงง่ายๆของเด็ก ที่ไม่อยากจะเชื่อว่า นับเป็นเพลง อิอิ) ใช้นิ้วดีขึ้นพอสมควร สู้ สู้ นะลูก

2 ขวบ 7 เดือน ถึง 2 ขวบ 11 เดือน อะไร อะไร เริ่มลงตัว

Posted in 2 ขวบ 7เดือน - 2ขวบ 11 เดือน on พฤศจิกายน 11, 2009 by jaokha

 อะไรก็เริ่มลงตัวมากขึ้น เจ้าขาสนุกกับห้องใหม่ และครูใหม่แล้ว ปรับตัวได้ดีขึ้น คุณแม่กับคุณพ่อ ก็เริ่มเข้าที่เข้าทาง

ขอรวบเป็น 5 เดือนเลยละกันนะลูกนะ คุณแม่จำรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ ไม่ค่อยได้ ขออภัยจ้าลูกรัก (แม่จะไม่ดองไว้นานแบบนี้อีกแล้ว)

เข้าเรื่องพัฒนาการเลยละกัน พัฒนาการช่วงเดือนนี้ คงหนีไม่พ้นเรื่องที่รร.  คุณแม่ว่าหนูเขียนหนังสือ ได้ดีขึ้น จากที่แม่ดูว่า น่าสงสารเหลือเกิน มือยังไม่แข็งแรง แต่ต้องถูกให้มาเขียนหนังสือ ตัวมันก็ขยึกขยัก แสดงว่า กล้ามเนื้อมือหนูแข็งแรงขึ้นแล้ว แม่ดีใจไปกับหนูด้วย จะได้ไม่ทรมานอีกต่อไป

ช่วงหลังจาก ที่หนูปรับตัวที่รร.ได้แล้ว แม่ก็ได้รับการบอกเล่าจากครูว่า เจ้าขามีสมาธิในการเรียนดีมาก เวลาให้ทำงานจะทำละเอียด ผลงานออกมาดีมาก แต่กว่าจะเสร็จ บางทีเพื่อนไปกันหมดแล้ว (แม่แอบกังวลเล็กน้อย มันดีมั้ยน้อ ทำดีแต่ช้ามาก เกิดโตขึ้นไปทำข้อสอบ ทำได้ แต่ทำไม่ทัน กังวลจัง) ครูบอกว่า วันสุนทรภู่ มีประกวดระบายสี เจ้าขาทำสวย เกือบจะได้รางวัลแล้ว แต่ทำช้าเสร็จไม่ทันเวลา ก็เลยไม่ได้รางวัลไป (น่าน…แม่ว่าแล้วเชียว)

เริ่มระบายสีเข้าท่า เข้าทางมากขึ้น ผลงานชิ้นนี้ ครูศิลปะบอกว่า ครูหลายคนชอบ โชว์ในงานแสดงนิทรรศการศิลปะของรร. แม่ก็ชอบเหมือนกัน ดูสีตัดกันดี (หุหุ คนมีศิลปะอย่างแม่)

พัฒนาการเรื่องภาษาที่สองของหนู เดือนนี้เป็นเดือนที่ 3 แล้วที่เราเริ่มต้วมเตี้ยมภาษาที่ 2 ของเรา แม่จำได้ว่า ปลายเดือนพค. แม่น่าจะ present proposal เรียบร้อยแล้ว และอยู่ในช่วงวุ่นวายกับการขอทุนอยู่ ไม่ได้หลับได้นอนเลย เพราะต้องเร่งให้ทันเวลา มีเวลาน้อยแต่แม่ ก็พยายาม เดือนนี้ แม่ว่าหนูรู้คำศัพท์เยอะขึ้น วลีต่างๆ ฟังรู้เรื่องมากขึ้น และหนูเริ่มสนใจภาษาที่ 2 และเริ่มทำตามเงื่อนไขที่แม่ตั้งไว้ คือ พูดภาษาอังกฤษ เมื่ออยากได้อะไร และหนูเริ่มใช้คำถาม what ‘s this? what ‘s that?

ถาม what ‘s “……….” ?  เมื่อไม่เข้าใจความหมายของ คำนั้นๆ เริ่มฟังนิทานเป็นภาษาอังกฤษได้ทั้งหมด(เรื่องหมูตุ๋น) จากที่ค่อยๆผสมเล่าไปเรื่อยๆ และอ่านได้หลายๆเล่มทั้งนิทานที่แม่ทำขึ้นเอง และนิทานที่ซื้อมา

เดือนนี้ เจ้าขา เริ่มเล่านิทานเอง แบบท่องประโยคในหนังสือมา อย่างกับอ่านได้ เช่น I feel lonely. I feel happy……

I get up early.I jump out of the bed…………ท่องมาทั้งนั้น

เริ่มใช้ประโยคแสดงความต้องการ I want to go outside.I want to play with…. แบบจำประโยคที่แม่พูดมา แต่ยังพูดได้ไม่มาก

เดือนที่ 4

เดิอนนี้เริ่มเอา คำถามจากหนังสือที่แม่ประดิษฐ์ขึ้น มาถามแม่บ้าง เช่น Mommy,What ‘re you doing? Where ‘re you going?

เริ่มใช้ประโยคแสดงความต้องการได้มากขึ้นแบบจำมา เริ่มพูดภาษาอังกฤษทั้งวัน ในวันที่อยากพูดกับแม่

เริ่มแต่งประโยคเอง โดยเปลี่ยนกริยา เปลี่ยนกรรม ตามสถานการณ์ ซึ่งมันทำให้แม่ดีใจสุดๆ

เริ่มตอบคำถามได้เยอะขึ้นในคำถาม what,which,where,who และซับซ้อนมากขึ้นได้แล้ว เช่น what ‘re you doing? what do you want to buy there? what did they go? which way should we go? where have you been? who gave it for you?…………..

เริ่มเข้าใจคำถาม why แต่ยังตอบเป็นภาษาไทย (เพราะแม่เอง ก็ยังตอบเป็นภาษาไทยเลย หุหุ ความสามารถแม่ นั้นน้อยนิด อิอิ)

เดือนที่ 5

เดือนนี้ แม่เริ่มเห็นผลงานของหนูและของแม่ชัดเจนมากขึ้น หนูพูดเป็นประโยคได้ยาวขึ้น มีประโยคเป็นของตัวเองมากขึ้น

เริ่มเห็นอะไร จะพูดออกมาเป็นภาษาอังกฤษอยู่คนเดียว…The sun is shining.It ‘s hot.

oh.The floor is wet.  what a mess…..

แต่ที่ประทับใจมากที่สุด เพราะเป็นเดือนแห่งความพยายามของหนู ที่จะใช้คำถาม why กับแม่ แม้ว่า หนูจะมั่วอยู่กับ why don ‘t ,why did,why do….ก็ตาม 555.. จะใครอื่น ไกล แม่เองก็ยังมั่วอยู่เลยค่ะ ลูกขา

เดือนที่ 6

เดือนนี้เป็นเดือนที่โดดเด่นมาก ในความคิดของแม่ เพราะแม่รู้สึกว่าเป็นเดือนที่หนูพูดได้ค่อนข้างเยอะ ใช้ประโยคได้ค่อนข้างยาว แม่ว่าหนูเริ่มคิดเป็นภาษาอังกฤษก็เดือนนี้แหละ

เมื่อก่อนเวลาที่หนูถามคำถามเป็นภาษาอังกฤษกับแม่ พอแม่ตอบหนูก็รับฟังแต่โดยดี แต่เดือนนี้ พอแม่ตอบ หนูเริ่มมีความคิดเป็นของตัวเองแล้ว หนูเริ่มมีความคิดขัดแย้งว่า หนูคิดแบบนี้นะ และแต่งประโยคเองตามที่หนูคิดให้แม่ชื่นใจ

ความพิเศษของเดือนนี้ คือ การเล่าเรื่องตามจินตนาการ การเล่าเรื่องไปตามที่อยากเล่า วันแรกที่หนูแสดงให้แม่เห็น จำได้แม่นว่า เป็นวันที่แม่คิดว่า แม่อยากถ่ายคลิปวีดีโอ หนูไว้ดูจริงๆ จะจอดรถดีมั้ย จะโทรไปหาพ่อให้พ่อฟังด้วยดีป่าวน้า…เป็นเอามาก

แม่ขับรถไปส่งหนูที่รร.ระหว่างทาง หนูก็เล่าเรื่องตั้งแต่หนูตื่นนอน แต่งตัว หนูทำอะไรบ้างตอนเช้า ไปรร. ที่รร.ทำอะไรกันบ้าง หนูจะเล่นกับใคร ครูให้ทำอะไร ตอนเย็นกลับมาแม่ไปรับ กำลังจะมืด โจรจะมา หมาป่าจะมา ต้องปิดบ้าน เล่าเกือบถึงรร.แม่ว่าประมาณ 5 นาทีได้ แต่แม่เนี่ย นั่งเงียบกริบเลย กลัวจะไปขัดจังหวะแล้วเลิกเล่า อิอิ (ถึงแม้ว่า การเล่าครั้งนี้ จะผิดไวยากรณ์ไปบ้าง บางประโยคก็ไม่ค่อยประติดประต่อ แต่แค่นี้แม่ก็ดีใจแล้วจ้า)

และหลังจากนั้นเรื่องอื่นๆ ก็ตามมา ทั้งหมาป่ามาตอนมืด หนูจะเอาไม้ไปตีหมาป่า หมาป่าจะมากินคน หนูจับมันมัดไว้ จับมันไปเผา สารพัดเรื่องเล่าในจินตนาการ หุหุ บางเรื่องก็ฟังดู โห๊ด โหด

เดือนนี้เป็นเดือนที่หนูใช้คำถาม why ได้ถูกไวยากรณ์เกือบทั้งหมด (เท่าที่แม่จะตรวจให้ได้ หุหุ)

และหนูสามารถตอบคำถาม present continuous ได้ถูกหมด แม้บางอันที่แม่ไม่เคยสอน (หนูเข้าใจไวยากรณ์แบบธรรมชาติแล้วค่ะ)

homeschool ของหนู ช่วงเดือนนี้ คุณแม่ขอยกรางวัลให้กับการมีสังคม เพราะรู้สึกว่า หนูจะอยากเล่นกับเพื่อนมากขึ้น ชอบเล่าเรื่องเพื่อนๆ มีแก๊งส์สาวๆที่จับมือกันวิ่งรอบห้องยิม เวลาแม่ไปรับที่รร. (ซึ่งเมื่อก่อน คุณครูบอกว่า เจ้าขาชอบนั่งอยู่กับครู และดูเพื่อนเล่นมากกว่า แม่แอบกังวล)

แม่ขอยกนิ้วให้กับความคิดสร้างสรรค์ที่มักคิดอะไรใหม่ๆมาเล่นเสมอ รึว่าการวาดรูปที่จริงๆถ้าคนอื่นดูอาจไม่เป็นรูป แต่หนูก็อธิบายว่ามันคือ อะไร พออธิบาย เออแฮะ มันเข้าเค้า รึว่าเริ่มวาดรูปที่มี action มากขึ้น แบบเรียงลำดับเหตุการณ์ เช่น วาดรูปคน

mommy,he is a man.This is his arm.This is his body.ไล่ไปเรื่อยๆ ear eye nose mouth…..Mommy he has many legs.(555…ไม่รู้ทำไมชอบวาดหลายขา)

When he smiles. He has dimple like me.

Mommy,Now he feel sad.He is crying. (มีแอบลบ dimple ออก หุหุ)

งูขดตัวอยู่(มีใครดูออกมั่งน้า… 🙂  )  2 ขวบ 7 เดือน

รูปนี้ คุณครูบอกว่า ถามเจ้าขาว่า ทำเองรึเปล่า แม่แอบเคืองเล็กน้อย เอ..ถามยังงี้ จะทำให้ลูกเราเสียความมั่นใจรึเปล่าเนี่ย หนูเริ่มรู้จักเลือกสีที่แตกต่าง จากเดิมที่ระบายอยู่แค่สีเดียว

ช่วงนี้เป็นช่วงกว้างหลายเดือน กิจกรรม homeschool จึงแทบครบทุกอย่าง โลกกว้างใหญ่ของหนู เดือนนี้ หนูได้ไปเที่ยวทะเล ไปเที่ยวสวนสัตว์ได้ศัพท์ใหม่ๆมามากมาย หนูสนุกและมีความสุขมากกกก…

และโดดเด่นอีกอย่าง คือ 10 นิ้วของฉัน หนูได้ lego ตัวใหม่มาที่ลดราคา (จริงๆ lego ค่อนข้างแพง แต่เป็นของเล่นที่แม่ชอบซื้อให้หลายประเภท เพราะฝึกความคิดสร้างสรรค์ดี แต่แม่เองก็ต่อไม่ค่อยเก่ง ต้นแบบของหนูเลยไม่ค่อย work เท่าไหร่) มาแกะดูมันเล็กมาก สำหรับเด็กโต หนูเล่นตอนแรก แอบโมโห แต่ก็ไม่ละความพยายาม ต่อมาต่อได้เก่ง และสร้างโน่นนี่ ตามความคิดหนูเป็นประจำ

ขอยกนิ้วให้อีกอย่าง คือ บันเทิงเริงใจ ช่วงเดือนนี้ หนูขอเป็นคนเล่านิทานเองบ้าง และมันพัฒนาขึ้นจากเล่าไม่ค่อยเป็นเรื่องเป็นราว กลายเป็นมีเรื่องราวมากขึ้น และชอบแต่งเรื่องราว ตามแบบฉบับตัวเองด้วย หุหุ

กิจกรรมคณิตศาสตร์ หนูนับ 1-100 ได้ทั้ง version ไทยและอังกฤษ แต่ยังไม่คล่องนักและยังคงติดที่หลักสิบ นับลูกปัด แม่ไม่ค่อยได้พานับเลย ก็หนูดันไปติดการนับที่ไม่ใช่กะด้วยตามาจากรร.แล้ว แต่แม่สังเกตว่า หนูกะด้วยตาในจำนวน 1,2,3 ได้พอสมควร สังเกตจาก ออกไปข้างนอกและหนูบอกแม่ เล่นกระดาน 1-30 ได้คล่องแล้ว แต่แม่ยังไม่มีเวลาทำ 1-50 ให้ซักที ขออภัยจริงๆ หนูเขียนตัวเลขได้เก่งพอสมควรแล้วค่ะตอนนี้ แม่ให้หัดเขียนในตารางร้อยช่อง แบบเท่าที่อยากเขียน ตามสไตล์ของแม่(เด็กธรรมชาติ)

ช่วง 5 เดือนนี้ หนูชอบเล่น บทบาทสมมติ เรื่องเลี้ยงน้องมากสุด ชอบเหลือเกิน ถ้าได้เล่นอันนี้ล่ะก็ เล่นได้นานเลย

ส่วนกิจกรรมเล่นทรายกับกรอกน้ำ ก็ยังเป็นกิจกรรมที่โปรดปรานเหมือนเดิม แต่แม่พัฒนาการเล่นกรอกน้ำให้ดูเป็นกิจกรรมคณิตศาสตร์มากขึ้น โดยขีดเส้นให้หนูกรอก และเทียบปริมาตรน้ำ เล่นตวงวัดกัน หนูรู้จักการเปรียบเทียบ และตอบได้ถูกต้อง และใช้ประโยคภาษาอังกฤษในการเปรียบเทียบได้ค่อนข้างดี

แข่งกีฬา วิ่งที่รร. วิ่ง 20 เมตร 555…ใกล้เนอะ

ดรัมเมเยอร์จูเนียร์